[0:00]มีมัมหมีคนไหนโชคดีที่ได้ไปแฟนมีตครั้งแรกกันบ้างคะ น้องหมีเนยแสนมหัศจรรย์ที่ไม่ได้แค่ออกมาเล่นๆ แจกความสดใสให้ผู้คนค่ะ แต่วันนี้น้องหมีเนยไม่ใช่แค่มาสคอตแล้วนะคะ แต่น้องหมีเนยคือน้องหมีเนยที่มีชีวิตค่ะ มีตัวตนที่น่ารักจริงจัง มีอุปนิสัยมีท่วงท่ามีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน จนสามารถเรียกว่าน้องหมีเนยคือใคร อ้าว ก็คือน้องหมีเนยไง พี่แอน ณัฐสมน เป็น brand strategist ที่มีประสบการณ์สร้างสรรค์และดูแลแบรนด์ชั้นนำมานานกว่า 20 ปี รวมทั้งมีคลาสสอนเรื่องแบรนด์ทั้งแบบส่วนตัวและองค์กร จริงๆ แล้วค่ะ น้องหมีเนยเชื่อไหมคะว่า น้องหมีเนยเราทำงานหนักมากและสม่ำเสมอมากค่ะ เพื่อโปรโมทแบรนด์ Butterbear ของเขาค่ะ แล้วก็ทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของตัวจริงของน้องหมีเนยค่ะ
[1:06]น้องหมี Butterbear ไม่ใช่แค่น่ารัก นี่แหละแบรนด์ตัวจริง สวัสดีค่ะ นี่คือ 527 Talk โดยพี่แอนค่ะ พบกันอีกครั้งค่ะ วันนี้พี่แอนก็ต้องขอฝากช่องรายการ 527 talk นี้ไว้ด้วยนะคะ ก็ขอแนะนำรายการนี้สักนิดค่ะ สำหรับบางท่านค่ะที่เพิ่งมาเจอเรา ช่อง 527 Talk ค่ะ จะเป็นรายการไขปริศนาเรื่องแบรนด์ ทั้งเรื่องที่เข้าใจผิดให้เข้าใจถูกค่ะ และการสร้างแบรนด์หรือมารู้จักการสร้างแบรนด์อย่างจริงจังค่ะ โดยการเอาวิชาการมาผสมผสานกับตัวอย่างเคสจริงแบรนด์จริงค่ะ โดยในคลิปค่ะ จะเป็นการสรุปเนื้อหาที่ไม่ต้องใช้เวลามาก ก่อนจะเข้ารื่องค่ะ ฝากสนับสนุนช่องเราด้วยการกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม เป็นกำลังใจให้พี่แอนกับทีมงานที่ทำช่อง 527 talk นี้ด้วยนะคะ น้องหมีเนยค่ะ ยังดังเป็นพลุแตกและยังดังต่อเนื่องกระแสไม่มีตกค่ะ ไม่มีแผ่วเลย บางคนอาจจะเคยปรามาสว่าก็แค่มาสคอตหมีจะไปได้ไกลแค่ไหน วันนี้ก็พอจะพิสูจน์ได้แล้วค่ะว่าน้องหมีเนยกลายเป็นขวัญใจใครมากมายค่ะ มีด้อมที่คอยตามเป็นของตัวเอง แต่กว่าจะมีวันนี้ค่ะจริงๆ แล้วน้องหมีเนยเราค่ะ ทำงานหนักมากเหนื่อยมากนะคะและสม่ำเสมอมาก เพื่อโปรโมทแบรนด์ Butterbear ของเขาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอค่ะ เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของตัวจริงของน้องหมีเนยค่ะ แล้ววันนี้มีมัมหมีคนไหนโชคดีได้ไป Fanmeet ครั้งแรกกันบ้าง เพราะวันนี้ค่ะ น้องหมีเนยแสนมหัศจรรย์ที่ไม่ได้แค่ออกมาเล่นๆ แจกความสดใสให้ผู้คนค่ะ แต่วันนี้น้องหมีไม่ใช่แค่ Mascot แต่น้องหมีเนยคือน้องหมีเนยที่มีชีวิตค่ะ มีตัวตนที่น่ารักจริงจัง มีอุปนิสัยที่แสนโอ้ สุดๆ ค่ะ มีท่วงท่าที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนมาก จนสามารถเรียกว่าน้องหมีเนยคือใคร ก็คือน้องหมีเนยไง ทั้งหมดเนี่ยค่ะ มาจากคำว่า Consistency ค่ะ การสร้างแบรนด์แบบ Consistency คืออะไรคะ การสร้างแบรนด์แบบ Consistency คือความสม่ำเสมอหมายถึง การให้แบรนด์รักษาความสอดคล้องและความสม่ำเสมอในทุกจุดสัมผัสของแบรนด์กับลูกค้า หรือพูดง่ายๆ กับผู้คนค่ะ แล้วยังครอบคลุมถึงภาพลักษณ์ การสื่อสาร รวมทั้งประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจากแบรนด์ สำหรับขั้นตอนนี้ค่ะ มันเป็นกระบวนการระยะยาวค่ะ ที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความใส่ใจในทุกรายละเอียด แต่ว่าผลลัพธ์ที่ได้คืออะไรรู้ไหมคะ แบรนด์จะแข็งแกร่งค่ะ และมีคุณค่าในสายตาของลูกค้าเสมอ ดูอย่างน้องหมีเนยค่ะ ที่อยู่ในใจแฟนคลับอยู่เสมอค่ะ สำหรับความสำคัญของการสร้าง Consistency อยู่ที่การถ่ายทอดความเป็นแบรนด์จากตัวผลิตภัณฑ์ บริการ และภาพลักษณ์ ให้สอดคล้องนะคะ มีคำว่าสอดคล้องด้วยนะคะ กับ Branding ของธุรกิจค่ะ ที่สำคัญต้องทำให้สม่ำเสมอ ให้ต่อเนื่องไม่ขาดช่วงค่ะ และทำออกมาจากใจค่ะ เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสได้อยู่เสมอ และยังเป็นการสร้างความประทับใจต่อว่าลูกค้าใหม่ๆ ได้ด้วยค่ะ แล้วน้องหมีเนยค่ะ ทำยังไงให้กลายเป็น Consistency ที่ประสบความสำเร็จกัน 4 ขั้นตอนการสร้างความ Consistency ของน้องหมีเนย อย่างแรกเลยค่ะ ข้อที่ 1 ความต่อเนื่องของการสื่อสาร ในยุคของออนไลน์แบบนี้ค่ะ ขาดไม่ได้เลย สิ่งหนึ่งที่เห็นถึงความขยันของเหล่าครีเอเตอร์ของแบรนด์ Butterbear คือขอให้เรื่องเนี้ยเป็นตัวอย่างที่เรียกว่าหลายๆ แบรนด์ควรเอาเป็นแบบอย่างได้เลยค่ะ ไม่ต้องลงคลิปลงคอนเทนต์หรือโปรโมททุกวันหรอก แต่ต้องมี ความต่อเนื่อง ทำ Communication บนช่องทางออนไลน์นะจะจัดคิว Week ละครั้ง หรือ 2-3 ครั้งก็ได้แล้วแต่ที่สะดวก ขอแค่ให้ไม่หายไปไหน ไม่งั้นในยุคนี้ถ้าหายไปเป็นไงคะ ถ้าหายไปนาน คนอาจจะลืมค่ะ แถม น้องหมีเนยเราก็ยังเป็น Celeb ร่วมงานกับแบรนด์อื่น จนวันนี้ค่ะ น้องหมีเนยไม่ใช่ Mascot ไปแล้วนะคะ แต่วันนี้น้องหมีเนยตอกย้ำการมีชีวิต การมีตัวตน มีเรื่องราวอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องค่ะ 2. การรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างหมีเนยกับลูกค้าค่ะ น้องหมีเนยจะมีการจัดงานโชว์ตัวทุกสัปดาห์ ใช่ไหมคะ และมีการเปลี่ยนชุดที่โชว์ไปเรื่อยๆ การโชว์ของน้องค่ะมันคือการสร้าง engage ได้เรียกว่าเป็นอย่างดีค่ะ เหมือนกับเราไปเจอกับน้องได้เสมอและน้องเองก็ friendly กับแฟนๆ มีสายสัมพันธ์ที่ดีทำให้กลุ่มแฟนคลับเป็นไงคะ รู้สึกใกล้ชิดเสมอ และยังเป็นการซัพพอร์ตที่น่ารักระหว่างแบรนด์กับกลุ่มลูกค้าด้วยค่ะ หรือพูดง่ายๆ กับกลุ่มด้อมของเขาค่ะ 3. มีจุดที่เรียกกระแสเป็นครั้งคราว เหมือนเป็น Celeb เลยค่ะ บางทีการเป็นกระแสก็ช่วยเรียกความ Hot ได้ค่ะ อย่างตอนที่น้องไปออกงานประกบคู่ใครคะ คุณแจ็คสันหวังค่ะ บอกเลยว่าโอย น่ารักน่าเอ็นดูมาก น้องหมีเนยได้ไปเซอร์ไพรส์แบบพิเศษที่งาน Team Wang (ทีมหวัง) design Pop Up Store ที่มาเปิดใน EmSphere เหมือนกัน แถมยังเปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษเพราะมาในชุดของ Team Wang ด้วยค่ะ แบบเดียวกับพี่แจ็คเลยค่ะ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ และเป็น Viral ได้แบบได้อย่างดีทีเดียวค่ะ 4. Keep คาแรคเตอร์ให้เหมือนเดิมค่ะ น้องหมีเนยวันแรกคาแรคเตอร์ยังไงวันนี้ก็เป็นอย่างงั้นค่ะ มักถูกนำเสนอเป็นไงคะว่ามีนิสัยร่าเริง ดูสดใสก็กุ๊กกิ๊ก และเป็นมิตรอยู่เสมอ ซึ่งการรักษาบุคลิกภาพนี้ให้สม่ำเสมอช่วยสร้างความผูกพันกับแฟนๆ ได้ดีค่ะ นอกจากนี้แล้ว น้องยังมีความแก่นตามประสาเด็กๆ ชอบแกล้งพี่เลี้ยงหรือทำตัวซุกซนบ้าง ก็ทำให้แฟนที่ติดตามได้เห็นหลายๆ มุมของน้องที่ยังคงคาแรคเตอร์หมีเนยประจำแบรนด์ Butterbear ค่ะ นี่แหละค่ะ ที่บอกว่าน้องหมีเนยไม่ใช่ Mascot ไปแล้วค่ะ แต่วันนี้น้องหมีเนยเป็นน้องหมีที่มีชีวิตมีตัวตนมีเรื่องราวจริงๆ ค่ะ ว่าแล้วก็ขอพูดถึงการออกแบบคาแรคเตอร์ของน้องหมีเนยสักนิดค่ะ จากที่แบรนด์ Butterbear ขายขนมเป็นหลักค่ะ แต่พอน้องหมีเนยเริ่มดังขึ้น ทางแบรนด์ก็ออกสินค้าที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของน้องโดยเฉพาะ ทั้งที่อะไรคะ ที่ห้อยกระเป๋า กระเป๋าเป้ สติ๊กเกอร์ สมุดโน้ต และอื่นๆ อีกมากมาย กลายเป็นสินค้าที่แฟนคลับของน้องเนยต่างคอยจับมองจับจับตามองจับจับจองกันเป็นเจ้าของกันเลยทีเดียวค่ะ เชื่อว่าพวกมัมหมีทั้งหลายคงรู้จักที่มาของการออกแบบคาแรคเตอร์น้องหมีน้อยกันแล้วค่ะ ก่อนจะสร้างแบรนด์ให้ Consistency และประสบความสำเร็จได้แบบนี้ค่ะ แบรนด์ Butterbear มีการวางแผนนำคาแรคเตอร์มาทำ Branding อย่างไร ให้การถ่ายทอดอารมณ์ของน้องหมีเนยเข้าถึงผู้คนได้ขนาดนี้ค่ะ คนที่ออกแบบก็คือ คุณสวย ศิริดา วงศ์ทองศรีค่ะ เป็นเจ้าของเพจ LaLaHuay (ลาล่าหวย) หรือนักวาดรูปที่ชอบวาดรูปเกี่ยวกับอาหารและขนมและมีผลงานที่ออกแบบคาแรคเตอร์สุดคิ้ว จำหน่ายเป็นธีมวอลเปเปอร์ในอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงออกแบบ planner สติ๊กเกอร์และ โอ้ ดิจิตอลไฟล์ต่างๆ มากมายมาเลยค่ะ จนคุณสวยค่ะได้ออกแบบคาแรคเตอร์ให้กับแบรนด์ Butterbear ที่กลายมาเป็นน้องหมีเนย ไลน์เส้นสวยงาม น่ารักสดใสแบบนี้ คุณสวยค่ะตั้งใจออกแบบน้องหมีเนยที่มีต้นแบบมาจากหมีพูห์ค่ะ หมีใจดีที่มีความอบอุ่นและละมุนตามลายเส้นเอกลักษณ์ของตนเอง ที่ใบหน้าของน้องน้องหมีตัวนี้ค่ะ จะมีแต่รอยยิ้มที่ใครเห็นแล้วก็รู้สึกอบอุ่น เป็นรอยยิ้มที่เป็นมิตรจากใจ บวกกับความตั้งใจของแบรนด์ที่อยากให้น้องเป็นมากกว่าหมี เป็นเสมือนเด็กน้อย 3 ขวบที่แสดงอารมณ์ต่างๆ ได้เหมือนคน แม้จะไม่มีเสียงพูดออกมา แต่การแสดงออกท่าทางสีหน้าและท่าทางทำให้คนรอบข้างรับรู้อารมณ์ของน้องหมีเนยได้เลยค่ะ พี่แอนยังเคยคิดเลยค่ะว่า เอ๊ะ น้องหมีเนยน่าจะพูดได้เนอะ เหมือนได้ยินเสียงอ่ะค่ะ จากหมีรูปร่างกลมๆ ค่ะ มีสีเหลืองอ่อนๆ เป็นสีหลักที่ใช้กับน้องและให้สอดคล้องกับชื่ออะไรคะ เนยค่ะ ซึ่งการใช้โทนสีที่สดใสแต่นุ่มนวลอย่างสม่ำเสมอ ช่วยสร้างอารมณ์ค่ะและเป็นความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ จากลุคที่ดูอบอุ่น กลายเป็นน้องหมีที่ Heal ใจมัมหมีทั้งหลายค่ะ จากตอนก่อนที่เคยเล่าเรื่องของน้องไปบ้างแล้วค่ะ ปรากฏว่ามีแฟนคลับส่วนใหญ่ค่ะ เป็นกลุ่มมัมหมีใช่ไหมคะ เลยมาวิเคราะห์ว่าทำไมน้าหลายๆ คนถึงเอ็นดูน้องแถมฟิลที่รับรู้ได้คือความเอ็นดู๊เอ็นดู ทางแบรนด์ก็เลือกให้น้องมี touch point ที่จะช่วย Heal ใจผู้คน และถ้ามองลึกลงไปยัง insight ของลูกค้ากลุ่มมัมหมีแล้วค่ะ ก็จะเป็นกลุ่มคนวัยทำงานค่ะที่มีชีวิตมีความเครียดและภาระความรับผิดชอบที่สะสมไม่น้อย ทีนี้ใครที่เหนื่อยๆ ค่ะ อ่อนล้าหรือไม่สดใส ถ้าลองได้เห็นน้องค่ะ แล้วก็จะเกิดความรู้สึกนะคะ เกิดความรู้สึกร่วมบางอย่างที่ได้ Heal ใจจากรอยยิ้มที่น่าเอ็นดูของน้องค่ะ และเมื่อมัมหมีเริ่มเอ็นดูค่ะ ก็รู้สึกอยากจะติดตามน้องจนในที่สุดโดนตกเข้าด้อม ไป Fan Meet ค่ะ กลายเป็น supporter ที่อาจจะช่วยแชร์คอนเทนต์ของน้องเพื่อส่งต่อความน่ารัก หรืออุดหนุนสินค้าค่ะและบริการที่เกี่ยวข้องกับน้องหมีเนย ไม่ว่าจะเป็นขนม ของจิปาถะ หรือแม้แต่การไปที่สาขาเพื่อรอดูโชว์ของน้อง แล้วเป็นไงคะ Fanmeet เต็มกะหน่ำเลย พี่แอนยังจองไม่ทันเลยค่ะ จาก Character น้องนี้เองค่ะ ที่วนกลับมาสู่เรื่องความ Consistency ที่สอดคล้องและสม่ำเสมอถึงตัวตนของแบรนด์ มาสรุปบทเรียนที่ได้จากน้องหมีเนยกัน ขอสรุปเป็น Key Point สั้นๆ ว่า ถ้าธุรกิจที่กำลังจะสร้างแบรนด์ เราต้องยึดเรื่องอะไรรู้ไหมคะ Consistency ค่ะ เพื่อให้แบรนด์เราเกิดและสร้างโอกาสตอกย้ำเข้าไปอยู่ในใจ เพราะอะไรบ้าง เพราะ 1 ค่ะ สร้างการจดจำ เรื่องนี้สำคัญที่สุดค่ะ ถ้าลูกค้าจดจำแบรนด์ได้แล้ว ก็ช่วยให้ชื่อเสียงแบรนด์ติดหูได้ง่ายขึ้นค่ะ 2 ค่ะ สร้างความไว้วางใจ มีการสื่อสารที่ทำให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถืออย่างสม่ำเสมอ ไม่หายไปไม่ทิ้งช่วงนานค่ะ 3 ค่ะ สร้างความภักดี ลูกค้าที่เริ่มติดแบรนด์ค่ะ ถ้าเรายังรักษาเขาไว้ในอนาคตคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นลูกค้าที่ภักดีต่อเราค่ะ 4 ค่ะ สร้างมูลค่าต่อยอดได้เรื่อยๆ แบรนด์ที่มีความสม่ำเสมอเป็นไงคะ มักมีมูลค่าสูงกว่าแบรนด์ทั่วไป แต่แบรนด์เองก็ต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้ดีขึ้นไปด้วยนะคะ เพื่อตอบสนองความต้องการและรับฟังลูกค้าจากใจจริงด้วยนะคะ จะเห็นเลยค่ะ พลังของการสร้างแบรนด์โดยสร้างพลังจากการสร้างคาแรคเตอร์ที่ทำให้เกิด Brand Awareness ได้สม่ำเสมอ สะท้อนตัวตนและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ด้านแบรนด์เองก็สามารถนำคาแรคเตอร์ที่สร้างขึ้นมาใช้เป็นตัวแทนการสื่อสารกับลูกค้าได้ด้วยนะคะ และการรับรู้ของลูกค้าก็จะไม่ใช่แค่แบรนด์ค่ะ แต่จะรับรู้ด้วยว่า แบรนด์ๆ นี้มีภาพลักษณ์เป็นอะไร ขายของอะไรแล้วมี value อะไรกับพวกเราบ้าง ยิ่งแบรนด์ไหนค่ะ หมั่นเชื่อมโยงทางความรู้สึกกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอค่ะ พวกเขาค่ะจะจดจำและอยากจะสนับสนุนแบรนด์ต่อไปค่ะ เหมือนเหล่าๆ มัมหมีที่คอยสนับสนุนน้องหมีเนยค่ะ สำหรับใครค่ะที่สนใจเรื่องแบรนด์และอยากรู้อะไรเพิ่มเติม ฝากติดตามช่อง 527 Talk นี้ด้วยนะคะ หรือถ้าใครอยากรู้เรื่องอะไรเป็นพิเศษก็คอมเมนต์มาได้โพสต์ได้เลยนะคะ เดี๋ยวพี่แอนกับทีมงานจะได้หารเรื่องราวที่ทุกคนสนใจมานำเสนอต่อไปค่ะ สร้างแบรนด์คือทางรอด นี่คือ E-book 7 เคล็ดลับการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ทำได้ด้วยตัวเองไม่แพง ไม่เข้าใจถามได้ ทำตามขั้นตอนในหนังสือ เราจะได้แบรนด์ที่เป็นของตัวเองที่พร้อมจะแข่งขันอย่างยั่งยืน พิเศษ คอร์สการสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง Branding 101 Plus สูตรสำเร็จในการสร้างแบรนด์และทำแบรนด์บุ๊ก สนใจ inbox ได้เลยนะคะ ฝากสนับสนุนช่องเราด้วยการกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม เป็นกำลังใจให้พี่แอนด้วยนะคะ



