[0:00]คำนี้ดี Story ฝึกฟังเรื่องสั้นภาษาอังกฤษ ง่ายๆ สนุกๆ วันนี้คุณอยู่กับผม บิ๊กบุญ และล่ามฟ้าค่ะ สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ วันนี้กลับมาอีกครั้งกับเรื่องเล่า ที่จะให้ทุกคนได้ฝึกฟังกันนะครับ ใช่แล้วค่ะ แล้วก็ช่วงนี้แอบเห็นว่ามีหลายคนไปเที่ยวค่ะพี่บิ๊ก ที่ THE STANDARD เพิ่งมี outing ใช่มั้ยคะ ใช่แล้ว จริงๆ เรื่องเที่ยวกับเรื่องของมนุษย์เนี่ยเป็นสิ่งคู่กันมากเลยนะ เราจะหาเรื่องเที่ยวกันตลอดทั้งปีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องราวนี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่แน่ คุณอาจจะเคยเจอในชีวิตจริงก็ได้ ถูกต้อง ยิ่งโดยเฉพาะถ้าเกิดว่าใครเดินทางไกลๆ เนี่ยก็จะ ต้องขึ้นเครื่องบิน ต้องไปที่สนามบินอยู่แล้ว ดังนั้นวันนี้ 'knd Story' ก็จะพาทุกคนไปสนามบิน เพื่อเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับการเดินทางนั่นเอง แล้วนอกจากนั้นก็จะพาขึ้นเครื่อง แล้วก็พาลนเครื่องถึง Destination จุดหมายปลายทางด้วยนะครับ ค่ะ วันนี้เรามีศัพท์มามอบให้ก่อนเลยทั้งหมด 8 คำนะครับ ศัพท์ทั้ง 8 คำนี้ตั้งใจฟังให้ดี เพราะว่ามันจะอยู่ในเรื่องเล่าในวันนี้ด้วยครับ Connecting flight (n) เที่ยวบินต่อ Layover (n) การแวะพักระหว่างเที่ยวบิน Turbulence (n) สภาพอากาศแปรปรวน หรือการตกหลุมอากาศ Rip-off (n) การโก่งราคา สินค้าที่แพงเกินจริง Window shopping (n) การเดินดูสินค้าโดยไม่ซื้อ Baggage claim (n) จุดรับกระเป๋า Overhead bin (n) ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ Tell me about it! แปลว่าเห็นด้วย หรือว่าจริงตามนั้นเลย
[1:55]Tom is waiting for his connecting flight at Narita airport in Tokyo. He checks the departure board. Oh no! My flight is delayed by 2 hours! He rushes to the information desk. Excuse me, my flight is running behind schedule. I have a job interview tomorrow morning in New York! I'm sorry, sir. There's bad weather. All flights are delayed. Oh, so I have a longer layover in Tokyo now? I can't be late! This is my dream job! Don't worry. You'll still arrive tonight. Your interview is tomorrow, right? Yes, at 9 AM sharp. เริ่มต้นมาก็ดราม่าเลย คิดว่าคงจะเป็นซีนที่หลายๆ คนเคยเจอ นะครับ ต่อให้เราแบบตั้งใจ ตั้งใจว่าจะตื่นเช้า เก็บข้าวของพร้อม แต่ว่าการไปสายที่สนามบินก็เกิดขึ้นได้ หรือต่อให้เราพร้อมทุกอย่างแล้ว เที่ยวบินดีเลย์ก็เกิดขึ้นได้อีก ก็เกิดขึ้นประจำด้วย ใช่ๆๆ นะครับ ซึ่งการดีเลย์นานขนาดนี้ 2 ชั่วโมง ก็ทำให้เขากังวลเพราะว่าวันถัดไปเนี่ยมีสัมภาษณ์งานด้วยค่ะพี่บิ๊ก เป็นไม่ใช่งานธรรมดา เป็นงานในฝันด้วย เป็น Dream job ด้วยนะครับ อืมใช่แล้ว นะครับ อ่ะ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับทอม ก็คือเขาไปรอ connecting flight ซึ่งก็คือเที่ยวบินต่อ เพราะว่าบางทีเราไม่ได้บิน direct ใช่ไหมครับ บิน direct คือจากจุด A ถึงจุด B แล้วถึงเลย แต่ถ้าเกิดต้องมี connecting flight ก็คือต้องไปต่อกลางทาง นะครับ ก็คือไปรอ connecting flight อยู่ที่ Narita Airport ใน Tokyo นั่นเองนะครับ และเขาก็เดินไปดู departure board departure ก็คือการเดินทางออกไปจากที่ใดที่หนึ่งคือ depart นั่นเอง
[3:32]board ก็คือไอ้ตารางที่เราเดินไปดูว่าเที่ยวบินไหนออกกี่โมง ตอนนี้เช็คอินรึยัง นั่นคือ departure board นั่นเอง ค่ะ แล้วพอดดู departure board ปุ๊ป Oh no เลยค่ะพี่บิ๊ก โอ้ไม่นะ เที่ยวบินดีเลย์ 2 ชั่วโมงแน่ะ อืม แล้วจากนั้นก็วิ่งหน้าตั้งไปที่ information desk ซึ่งก็คือเป็นเคาน์เตอร์ที่สามารถจะแบบบอกข่าวสารต่างๆ ได้นะครับ สอบถามข้อมูลต่อว่า เอ้ย มันดีเลย์จริงหรือเปล่า ตาฝาดไปมั้ย ไอ้บอร์ดเมื่อกี้ ข้อมูลถูกรึเปล่า อือ เขาไปปุ๊ป อ่า ถึงแม้ว่าจะรีบยังมีสุภาพอยู่ Excuse me ก่อน ขอโทษนะครับ My flight is running behind schedule ตอนนี้ flight เนี่ยมันช้ากว่าตารางหรือว่ามันดีเลย์นั่นเอง แล้วเขามี job interview ต้องไปสัมภาษณ์งานพรุ่งนี้ตอนเช้าที่ New York I'm sorry sir ขอโทษทีเพราะว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ดิฉันไม่ได้เป็นคนแบบว่ากำหนดเที่ยวบินทุกอย่าง แล้วก็ไม่ได้กำหนดอากาศด้วยเพราะว่า There's bad weather ก็คือตอนนี้สภาพอากาศมันไม่ดี นะครับ All flights are delayed ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินไหนก็ช้าหมดแล้วแหละ ใช่ ไม่ใช่แค่เกิดแต่กับคุณ ใช่แล้วนะครับ ทุก flight ดีเลย์หมดเลยค่ะ ทอมก็เลยอ้าว So I have a longer layover in Tokyo now? แสดงว่าจะต้องหยุดพักระหว่างเที่ยวบินเนี่ยที่โตเกียวนานขึ้นเหรอ Layover ก็คือการหยุดพักระหว่างเที่ยวบินนั่นเอง ใช่แล้วค่ะ เขาบอกเฮ้ย ไปสายไม่ได้นะ I can't be late! This is my dream job! นี่มันงานในฝันนะเว้ย Don't worry. You'll still arrive tonight ก็คือไม่ต้องห่วงต่อให้เรทแค่ 2 ชั่วโมง คืนนี้ก็ถึงแน่ๆ เพราะว่า Your interview คือการสัมภาษณ์ของคุณเนี่ยมันพรุ่งนี้ไม่ ใช่หรือ อืม ก็เหมือนแบบก็ 2 ชั่วโมง ดึงสติ้นิดนึง ได้ ใจเย็นๆ ได้หมด ทอมก็เลยบอกว่า Yes, at 9 AM sharp 9:00 น. ตรง sharp แบบเป๊ะ ตรง ไม่เลทไม่เกินนะจ๊ะ
[5:30]Tom decides to find his new gate first. He walks around the airport looking at the signs. He stops a security guard. Excuse me, where's gate B12? Go straight, then turn left at the coffee shop. How long does it take to walk there? About 10 minutes. Thank you so much! เริ่มเดินหาเกตและเพราะอย่างน้อยตอนนี้เนี่ยคือรู้ว่าดีเลย์แน่นอน แต่ว่าก็ make sure ไปรอที่เกตเลยดีกว่าจะได้ไม่ตกเครื่องแน่นอนใช่ไหมครับ ก็เริ่มเดินหาแล้วว่าเกตอยู่ไหน ก็ไป stop a security guard ก็คือไปหยุด security guard คนนึงคือกำลังเดินมาแล้วก็ขอโทษนะครับ ประมาณนั้น
[6:09]ได้แวะถามข้อมูลถามล่ะว่า Where's gate B12? Gate B12 อยู่ตรงไหนครับ อือ ก็ Go straight เดินตรงไป Then turn left at the coffee shop เจอร้าานกาแฟปั๊บเลี้ยวซ้ายเลย ค่ะ ถามต่ออยากรู้ How long does it take to walk there? แล้วจะเดินไปเนี่ยมันนานเท่าไหร่ มันไกลไหมนั่นเอง ก็เลยตอบมาว่า 2 วันครับ เฮ้ยไม่ ไม่ใช่ นานไปแล้วนะครับ 10 นาทีก็ถึงแล้ว ค่ะ Well, thank you so much ขอบคุณครับ แล้วก็วิ่งต่อ อือ
[6:42]Tom sees an empty seat next to a woman. She is reading a book. Excuse me, is this seat taken? No, please sit down. Thanks. Are you on the New York flight too? I'm Tom, Hi. Hi, I'm Sarah. And yes I am. The delay is really annoying. Ugh, tell me about it! I have a job interview tomorrow morning. Oh wow! What company? Google. It's my dream job. That's amazing, good luck! เดินมาพบที่นั่งว่างอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนนึง นะครับ มี empty seat next to a woman นางกำลังอ่านหนังสืออยู่ก็เลยเดินเข้าไปทักทาย ใช่ เป็นคนสุภาพค่ะ ทุกอย่างเริ่มต้นด้วย Excuse me โทษทีครับ Is this seat taken? ที่นั่งตรงนี้ว่างหรือเปล่า มีใครนั่งไหมนั่นเอง อืม taken ในที่นี้ก็คือ take take ก็คือเอา นั่นเองครับ คือที่นั่งตอนนี้นี้มีใครเอาไปหรือยัง ก็แปลว่ามีคนนั่งรึยัง ใช่ค่ะ มันมาจาก take a seat ก็แปลว่า sit down แบบสุภาพ ดังนั้นเปลี่ยนเป็น passive นิดหน่อย is this seat taken? อ่ามีใครนั่งหรือยังครับ อันนี้เอาไว้ใช้พูดได้เวลาจะถามว่าตรงนี้นั่งได้ไหมนั่นเอง นะครับ อ่า No, please sit down ก็ไม่มีเชิญนั่งได้เลย ใช่แล้ว เขาก็ขอบคุณนะ Are you on the New York flight too? คุณบินไป New York เหมือนกันหรือเปล่า I'm Tom, Hi ผมชื่อ Tom นะครับ สวัสดี Hi, I'm Sarah and yes I am yes I am ก็คือ yes I am on the New York flight too นะครับ The delay is really annoying ก็คือประสบชะตากรรมเดียวกันโดนดีเลย์เหมือนกัน รู้สึกว่ามันแบบ annoying มากน่ารำคาญน่าหงุดหงิดเหลือเกิน ใช่แล้ว เขาก็เลยแบบ อ่า Tell me about it! อันนี้คือเป็นการบอกว่าบอกให้เล่าเรื่องราวหรือเปล่าครับ ไม่ใช่ค่ะ Tell me about it! แปลว่าไม่ต้องบอกก็รู้ คือเห็นด้วย ใช่เลยจริงเป๊ะ ก็แปลว่า I agree นั่นเอง I agree totally agree ดังนั้นถ้าใครมาพูดแบบนี้ด้วย เราไม่ต้องเล่าอะไรต่อแล้วนะเราก็เงียบๆ ไป เขาเห็นด้วยกับเรา ครับ Tell me about it! ก็เป็นสำนวน ใช่ค่ะ Tell me about it! I have a job interview tomorrow morning พรุ่งนี้เนี่ยมีสัมภาษณ์งานตอนเช้าด้วย อืม ที่บริษัทอะไรเหรอ at what company? Google ครับ โอ้ย It's my dream job! เป็นงานในฝันเลยคุณ อือ พอได้ยินอย่างงี้เสร็จปั๊บก็สามารถจะอวยพรให้ได้นะครับว่า อ่า Good luck That's amazing โอ้ยเยี่ยมไปเลย โชคดีนะ
[9:12]Tom and Sarah decide to walk around the terminal. They are window shopping at duty-free shops. These prices are through the roof! I know! Duty-free is such a rip-off. Look at this perfume - $150! That's crazy expensive. I could buy groceries for a month! อือ At least we're killing time, right? อ่า พอนั่งคุยกันซักพักนึงแล้วก็เริ่มบอกว่าลงไปเดินเล่นกันไหม อ่า แกเหน็บนะครับ ก็เริ่มเดินไปรอบๆ walk around the terminal terminal ก็คืออาคารผู้โดยสาร นั่นเอง นะครับ ก็ไป window shopping กันนะครับ ไม่ได้ shopping จริงๆ แต่เป็น window shopping หมายถึงไปซื้อหน้าต่างหรือเปล่าครับ ไม่ใช่ ไม่ใช่ คือเป็นการ shopping แบบดูสินค้าเฉยๆ แต่ไม่ซื้อ เหมือนมองผ่านหน้าต่างเข้าไปในร้าน Window ในที่นี้ก็คือ window ที่อยู่หน้าร้าน ใช่แล้ว เผลอๆ ไม่ได้เข้าไปในร้านเลย ใช่ ก็คือยังคงเดินผ่านหน้าต่างแล้วก็มองเข้าไป เป็นประสบการณ์อย่างนึงซึ่งไม่เสียตังค์ซักบาท นะครับ แล้วก็ เอ่อ ไปดูตามพวก duty-free shops ก็คือร้านค้าปลอดภาษีนั่นเอง นะครับ ค่ะ ดูจบปุ๊ป ทอมบ่นเลยค่ะ These prices are through the roof! โอ้โห ราคานี้มัน through the roof แปลว่าแพงมาก ทะลุหลังคาไปเลย ใช่ แปลตรงตัวทะลุหลังคา ในที่นี้ก็คือมันสูงมากๆ มันแพงสุดๆ อืม Sarah ก็เห็นด้วยครับ I know! Duty-free is such a rip-off rip-off นี่หมายถึงการ เอ่อ ที่มีการตั้งราคาสินค้าแบบแพงเกินจริง หรือว่าการโก่งราคานั่นเอง ใช่ ถ้าแบบโอ้โห มันแพงเว่อร์ เหมือนขูดเลือดขูดเนื้อค่ะพี่บิ๊ก มัน rip skin เรา off เลย อืม ใช่ค่ะ เขา ก็เลยบอกว่า เฮ้ย มันเป็น rip-off เลยที่ duty-free เนี่ย ทุกอย่างแพงไปหมด ดูน้ำหอมนี่สิ 150 เหรียญ โอ้ my god! อืม เขาบอกว่า That's crazy expensive แบบแพง แพงบ้าไปแล้ว ประมาณนั้น นะครับ บอกว่าไอ้ราคาเนี้ย สามารถซื้อของเข้าบ้านได้เป็นเดือนเลยนะ โอ้ จริงค่ะ แต่สุดท้าย Sarah ก็ปลอบใจกันเองว่า อ่ะ At least we're killing time, right? อย่างน้อยเราก็ได้ฆ่าเวลา อ่า เนาะ
[11:21]After 3 hours of waiting, they hear an announcement. This is the final call for flight JL123 to New York. Please proceed to gate B12 immediately. Finally! That's our flight. I hope there's no turbulence on this flight. Me too. I need to practice my interview answers. อือ What will you say about yourself? I'll tell them about my passion for technology. อ่า ในที่สุดก็ประกาศที่เป็นเหมือนเสียงในฝันก็มาแล้วนะครับ ก็คือประกาศขึ้นเครื่องนั่นเอง อืม After 3 hours of waiting รอมา 3 ชั่วโมง ก็ได้ยิน an announcement ค่ะ ได้ยินเสียงประกาศ เขาบอกว่า This is the final call for flight JL123 เป็นการประกาศเรียกครั้งสุดท้ายแล้วสำหรับเที่ยวบิน JL123 ไป New York นะครับ Please proceed to gate B12 immediately กรุณาไปที่เกต B12 ทันทีเลยค่ะ immediately proceed ก็แปลว่าไปต่อ ไปต่อ ดำเนินการต่อ ไป ไปที่ ไปดำเนินการต่อ นั่นเองนะครับ โอเคครับ Finally ก็เป็นการอุทานออกมาว่า เอ่อ ในที่สุด นะครับ That's our flight แน่เที่ยวบินของเราประกาศเรียกแล้ว ใช่ ดีใจสุดๆ Sarah ก็เสริมต่ออีกหน่อย I hope there's no turbulence on this flight. I hope คือฉันหวังว่ามันจะไม่มีการตกหลุมอากาศ หรือว่าไปเจอกับสภาพอากาศแปรปรวนนะเที่ยวบินนี้น่ะ อืม Me too โอ้ ผมก็คิดอย่างงั้นเหมือนกัน I need to practice my interview answers คือต้องขึ้นไปซ้อมบทในการแบบ เอ่อ คำตอบในการสัมภาษณ์งาน อืม Sarah ก็ถามต่อแบบ เอ่อหวังดีอยากช่วยเตรียม What will you say about yourself? แล้วคุณจะแนะนำตัวเองว่ายังไงล่ะ อืม ทอมก็บอกว่าก็คงจะเล่าให้เขาฟังถึงเรื่องความรัก ความหลงใหลของผมที่มีต่อเทคโนโลยี
[13:16]On the plane, Sarah tries to put away his carry-on. Excuse me, could you help me put this in the overhead bin? Good evening, passengers. This is your captain. We may experience some turbulence during the flight... Turbulence makes me nervous. Don't worry. We're gonna be just fine. The plane takes off smoothly, and they finally head to New York. ในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่องแล้ว นะครับ พอขึ้นไปถึงเสร็จปั๊บ Sarah ก็พยายามจะเอาของขึ้นไปใส่ที่ช่องเก็บของเหนือศีรษะนั่นเอง ซึ่งในที่นี้ใช้คำว่า Overhead bin ค่ะ ใช่แล้วค่ะ พยายามเอาประเป๋า carry-on carry-on ตรงนี้ก็คือกระเป๋าที่เราถือ อ่า ที่เราถือขึ้นเครื่องได้ นะครับ เวลาขึ้นเครื่องเนี่ย เราก็ต้องเก็บให้มิดชิดอยู่บน overhead bin เป็นช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะค่ะ บางทีใช้คำว่า overhead compartment ก็ได้ หรือได้ทั้ง 2 อย่าง นะครับ อ่า ก็มีประกาศจากคุณกัปตันนะครับ Good evening, passengers สวัสดีผู้โดยสารทุกท่าน นะครับ นี่คือกัปตันของคุณ ตอนนี้อยากจะบอกว่า we may experience may ก็คือ อาจจะ นะครับ มี possibility ที่เราจะ experience คือประสบกับ turbulence during the flight turbulence ก็คือสภาพอากาศแปรปรวนนั่นเอง ค่ะ Sarah บ่นต่อเลยค่ะ Turbulence makes me nervous. เวลาเจอการตกหลุมอากาศหรือสภาพอากาศแปรปรวนเนี่ยมันทำให้เขารู้สึกวิตกกังวล nervous ประหม่าไปหมดเลย อืม หน่อยๆ นั่นเอง ใช่ ทอมก็ปลอบนะครับ Don't worry ไม่ต้องห่วงนะ We're gonna be just fine มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกพวกเราจะโอเค อืม ก็ปลอบใจกันไปค่ะ The plane takes off smoothly ก็เครื่องบินออกอย่าง smooth ราบรื่นไม่ได้มีการแบบตกหลุมหรืออะไร นะครับ And they finally head to New York. สุดท้ายแล้วก็สามารถมุ่งหน้าไปยัง New York ค่ะ ไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย head ในที่นี้ เอ่อ น้องจากหัวที่เป็นคำนามแล้วยังแปลว่ามุ่งหน้าไป เป็น verb ได้ด้วยนะครับ
[15:22]After arriving in New York, Tom and Sarah head to baggage claim. At customs, Tom is asked about his duty-free purchases. Just chocolate? That's within the limit. Welcome to New York! As they exchange contact information, Sarah checks her phone. ถึงแล้ว ในที่สุดก็ถึง New York แล้วนะครับ พอถึงเสร็จปั๊บ ทั้ง Tom และ Sarah ก็ head อีกแล้วมุ่งหน้าไปที่ baggage claim ซึ่งก็คือจุดรับกระเป๋านั่นเอง ใช่แล้วค่ะ ก็รับกระเป๋าเสร็จเนาะ ก็ต้องผ่าน customs หรือว่าด่านศุลกากร เป็นที่ที่ตรวจว่าเรานำสินค้าอะไรเข้าประเทศนั้นๆ นะครับ ทอมก็เลยถูกตั้งคำถามนะ to ask มีเจ้าหน้าที่เนี่ยถามทอมว่าซื้อ duty-free purchase อะไรมาบ้าง purchase คือการซื้อ เป็นได้ทั้ง verb แล้วก็นามเลย ถ้า purchase คำนามก็คือของที่เราซื้อมานั่นเอง อืม เจ้าหน้าที่ customs หรือว่าศุลกากรก็ถามว่า อ้อ แค่ช็อกโกแลตเองเหรอ อ่า That's within the limit ก็คืออยู่ในขอบเขตที่กำหนด ก็คือเขาอนุญาต ให้นำสิ่งนี้เข้าประเทศได้ ไม่ต้องถูกตั้งคำถามอะไรมากไปกว่านี้ นะครับ ก็เลยบอกว่า Welcome to New York! ยินดีต้อนรับสู่ New York ครับ ใช่แล้วค่ะ หลังจากนั้น Tom กับ Sarah นั่งเครื่องบินมากันตั้งนานเนาะคุยกันตั้งเยอะ ก็ต้อง exchange contact information หน่อย เขาก็แลกข้อมูลการติดต่อกัน อืม แล้ว Sarah ก็เช็คโทรศัพท์เลย
[16:49]Tom, I have a confession to make. I work at Google, I'm actually your interviewer tomorrow. What?! No way! Are you serious? Yes! And I'm impressed. You're passionate. You're kind. And you can handle stress really well. I can't believe this! See you bright and early tomorrow, Tom. Good luck! จบที่เซอร์ไพรส์เล็กๆ นะครับ ก็คือตัวละครลับที่นั่งมาตลอดทางด้วยกันเนี่ย ก็คือคนที่จะสัมภาษณ์งานทอมในวันพรุ่งนี้นั่นเอง นะครับ เริ่มต้นด้วยการบอกว่า I have a confession to make. อันนี้ก็เป็นสำนวนที่เอาไว้ใช้พูดได้ในหลายระดับความรุนแรงเนาะ เรื่องเบาๆ ก็สามารถจะสารภาพได้ เรื่องหนักๆ ซีเรียส ก็สามารถสารภาพได้เช่นเดียวกัน I have a confession to make มีเรื่องจะสารภาพ นะครับ
[17:43]แล้วก็บอกว่า I work at Google. I'm actually your interviewer tomorrow ฉันนี่แหละจะเป็นคนสัมภาษณ์คุณพรุ่งนี้ ทอมแบบ What! No way! แบบ อะไรนะ แบบ เฮ้ย หูตัวเองได้ยินผิดหรือเปล่า No way! ไม่มีทาง ใช่ไหมเนี่ย Are you serious? พูดจริงหรอครับ อืม แล้วบอกว่า Yes and I'm impressed. คำว่า impressed ก็หมายถึงประทับใจนั่นเอง นะครับ I'm impressed นะครับ ก็คือถูกทำให้ประทับใจก็มีความรู้สึกประทับใจ นะครับ เพราะว่าอะไรบ้าง เพราะว่าทอมเนี่ยเป็นคนที่ passionate มีเต็มไปด้วย passion มากที่เขาบอกว่าเขาชอบเทคโนโลยีอะไรอย่างงี้เนาะ Passionful passion เลย You're kind เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา และ you can handle stress really well รับมือกับความเครียดได้ดีเยี่ยม อืม โอ้ยแบบผู้หญิงแพนิคหรือกังวลอะไร ทอมก็แบบ โอ้ย Fine ไม่มีอะไรหรอกครับไม่ต้องเป็นกังวล ครับ ทอมก็ยังยังงงอยู่ นะครับ I can't believe this เฮ้ย ไม่อยากจะเชื่อเลยนี่มันเกิดขึ้นจริงหรือนี่ ทอมช็อกไปเลย Sarah ก็เลยโอเค See you bright and early tomorrow เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเจอกันแบบ bright early ก็คือแสดงว่านัดสัมภาษณ์กันเช้ามากๆ นั่นเอง นะครับ ใช่แล้วค่ะ แล้วก็โชคดีนะ Good luck! แล้วนั่นก็คือ KND Story ในวันนี้นะครับ เรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางครับ ใช่ค่ะ อยากให้ทุกคนลองคอมเมนต์มาบอกนะว่า ได้เรียนรู้ศัพท์อะไรบ้างหรือว่า มีศัพท์ใหม่ๆ มั้ยที่ไม่เคยเจอมาก่อน รวมถึงความยากง่ายของสตอรี่รอบนี้เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน มีคำศัพท์คำไหนที่เพิ่งจะรู้จักเป็นครั้งแรกบ้างพิมพ์บอกเราหน่อย หรือว่ามีคำศัพท์อะไรที่เกี่ยวกับการเดินทางอีก ที่คุณนึกออกก็พิมพ์เติมเอาไว้ได้เลยในช่องคอมเมนต์ นะครับ รวมถึงการอยากจะนำเสนอว่าครั้งต่อไปของ KND Story อยากให้ทำพล็อตเกี่ยวกับเรื่องอะไร เกี่ยวกับสถานการณ์ไหน เราก็ยินดีเอาไปแต่งเป็นสตอรี่แล้วก็เอามาเล่าสู่กันฟังครับ ใช่แล้วค่ะ พวกเราชอบอ่านคอมเมนต์มากๆ เลยค่ะพี่บิ๊ก ครับ รออ่านของทุกคนอยู่นะคะ งั้นเจอกันใหม่ใน KND Story ในเอพิโสดต่อไป จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ตัวละครจะมีอะไร จะมี Conflict อะไรเกิดขึ้นที่ไหน ติดตามกันได้ที่ THE STANDARD knd นะครับ



