[0:00]คดีนี้ครับ เกิดขึ้นที่เมืองอันซาน ประเทศจีนครับ และต้องบอกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเนี่ย มันเหมือนกับหนังเหมือนกับภาพยนตร์เลยครับ แต่ถ้ามันจะเป็นภาพยนตร์เนี่ย มันคือภาพยนตร์สยองขวัญที่น่ากลัวมากๆ เพราะว่ามีคนตายถึง 10 ศพเลยนะครับเพื่อนๆ และสิ่งที่พี่ แฮม อยากจะให้เพื่อนๆ ได้ รู้จักเรื่องราวนี้ก็คือ ตัวฆาตกรเนี่ย อะไร ทำให้เขาฆ่าคนได้ถึง 10 คน น่าสนใจมากๆ ครับ และคดีโหดในวันนี้ โหดจริงๆ และก็น่าสนใจมากจริงๆ ดังนั้นถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้ว มาติดตามชมได้ใน File Not Found Episode นี้ พร้อมกันเลยครับ
[1:26]สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ File Not Found Podcast วันนี้คุณอยู่กับผม แฮม ทัชชพล เช่นเคยนะครับ ไปๆ มาๆ เราก็จะมากัน 300 ตอนแล้วนะครับ วันก่อนพี่แฮมก็ นั่งไล่กับทีมงานนะว่าเออตอนนี้เราออกเดือนไหนเพราะว่าเราออกอัดสต๊อกกันแบบล่วงหน้ากันนานพอสมควรเนาะ เพราะว่าตอนนี้พี่แฮมค่อนข้างติดภารกิจในชีวิตการทำงานประจำเนี่ยหนักมากๆ ครับ ดังนั้นพอเวลา มีเวลาว่างเนี่ยวันหยุดหรือว่าอะไรอย่างงี้ก็ต้องรีบมาอัดสต๊อกตุน ปรากฏว่าพอไปๆ มาๆ เฮ้ยจะ 300 ตอนแล้ว ทีมงานก็เลยบอกว่าพี่แฮมเราก็ไม่ได้จัดกิจกรรมพิเศษอะไรกันมานานแล้วเนาะ เราน่าจะมาเจอ กับคนฟังตัวเป็นๆ สักหน่อยดีไหม เอาอย่างงี้แล้วกันครับ ในเมื่อตอนนี้ทั้งพี่แฮมและทีมงานก็หมดไอเดียครับ เพราะว่าเราก็คุยกันหลายเรื่องแล้วว่าเราจะทำยังไงกันดีให้มันเหมาะสมที่สุดเนาะ วันนี้เราเลยอยากฟังเสียงจากประชาชนครับ ฟังเสียงจากผู้คนที่ เป็นแฟนรายการ File Not Found นี่แหละว่า ในตอนที่ 300 ครับ พี่แฮมอยากจะจัดกิจกรรมอะไรซักนิดนึงเนาะ เพื่อนๆ อยากให้จัดกิจกรรมอะไรครับ จะเป็นแจกของ เป็นแฟนมีท อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เต้นนะ ไม่เอาเต้นนะ เต้นไม่ต้องครับ ดูแลสุขภาพพี่แฮมด้วยครับไม่งั้นเราอาจจะไม่มีตอนที่ 301 เพราะว่าข้อเข่าเสื่อม เล่าไม่ได้นะครับ ดังนั้น อยากทำกิจกรรมอะไรเนี่ย คอมเมนต์บอกไว้หน่อยครับว่ากิจกรรมพิเศษ 300 ตอนอยากให้ทำอะไร พิมพ์มา แล้วเดี๋ยวพี่แฮมกับทีมงานจะเข้าไปอ่านทุกคอมเมนต์เลยเนาะ เรา เรามาย่อยครับ ย่อยแล้วก็จะดูว่ากิจกรรมไหนที่เหมาะสมโดนใจคนฟังมากที่สุดแล้วกันนะยังไงพิมพ์เข้ามาได้เลยครับ สำหรับคดีในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งคดีที่พอพี่แฮมแปลเสร็จเนาะ ข้อมูลเป็นสิบๆ หน้าเลย ตอนแรกพี่แฮมก็ไม่กล้าเล่าเพราะว่าพออ่านเสร็จเป็นภาษาอังกฤษเนี่ยรู้สึกว่าโอ้โหคดีนี้มันซับซ้อนมากเลยแล้วก็มีคนเสียชีวิตค่อนข้างเยอะ แต่ว่า ด้วยแก่นของเรื่องนะครับพี่แฮมว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือแบ็คกราวนด์ของตัวฆาตกรเนาะ อะไรนะที่ทำให้คนๆ นึงมันตัดสินใจทำอะไรได้บ้าคลั่งขนาดนั้น สุดท้ายใช้เวลาในการเรียบเรียงสคริปต์แล้วก็แปลสคริปต์นี้นานมากๆ ครับ แต่ว่ามันก็ได้ออกมาเป็นเรื่องราวที่เหมือนกับภาพยนตร์สยองขวัญโหดๆ เรื่องนึงเลย แล้ววันนี้พี่แฮมจะพยายามเล่าไปช้าๆ ให้เพื่อนๆ เนี่ยติดตามไปกับเรื่องราวนี้ให้ทันนะครับ แต่ว่าถ้าจุดไหนงงเนี่ยพี่แฮมต้องกราบขออภัยนะจุดนี้ด้วยแต่ว่าอันนี้สุดความสามารถของพี่แฮมแล้ว แต่ที่อย่างที่บอกไปว่ามันโหดมากๆ มีคนเสียชีวิตเยอะมากๆ ดังนั้นก็ต้องพูดเหมือนเดิมทุกๆ ครั้งว่า File Not Found ไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกประเภท ทุกเรื่องที่นำมาเล่าอยากให้ฟังไว้เป็นแนวทางในการป้องกันตัวเองแล้วมาถอดบทเรียนครับจากคดีที่มันเลวร้ายไม่ให้เกิดกับเราแล้วก็คน ที่เรารัก น้อง อายุต่ำกว่า 18 ปีตอนนี้ควรจะมีผู้ปกครองเลยนะครับเพราะว่าแม้ว่า เอ่อ สภาพการณ์อาจจะมีการบรรยายไม่ได้ครบถ้วนมากเพราะว่าซอร์สมันเยอะมากจริงๆ แต่ว่าเนื้อหามันค่อนข้างที่จะเค้าเรียกว่ากดดันอ่ะแล้วก็มีความอาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายใจครับ ดังนั้นถ้าน้องๆ อายุ น้อยๆ ภูมิ ต้านทานยังไม่แข็งแรงเนี่ยไปตามผู้ใหญ่มันนั่งฟังด้วยกันเนาะ อย่างน้อยๆ ฟังแล้วเอาอะไรกลับไปบ้างครับ มีคีย์เทคอะเวย์ มีจุดที่เอาไปเป็นประโยชน์ เอาไปเป็นจุดป้องกันตัวเองเนี่ยพี่แฮมจะภูมิใจแล้วก็ดีใจมากๆ ที่รายการที่เราเอาเรื่องราวที่มันไม่ดี มาเล่าให้ฟังเนี่ยมันได้กลับไปเป็นบทเรียนไปเป็นข้อคิดดีๆ ในการป้องกันชีวิตใครสักคนหนึ่ง เอาล่ะถ้าเกิดพร้อมกันแล้วครับ พี่แฮมขอหายใจเข้าลึกๆ ก่อน เพื่อนๆ หายใจเข้าไปลึกๆ แล้วมาฟังเรื่องราวในวันนี้พร้อมกันเลยครับ เรื่องราวนี้เราจะไปกันที่เมืองที่ชื่อว่าอันซานที่ตั้งอยู่ในมณฑลเหลียวหนิงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีนครับ โดยเหตุการณ์นี้กลับไปช่วงเมษายนปี 2011 พี่แฮมเริ่มจากเด็กผู้หญิงคนนึงก่อนอายุ 17 ปีเนาะ น้องคนนี้มีชื่อว่าเหวินเย่ครับ โดยน้องเหวินคนนี้ก็ไปทำงานที่โรงอาบน้ำแห่งนึงซึ่งเหวินเนี่ยเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ เป็นเหมือนกริ๊ดติ้งครับเป็นพนักงานต้อนรับอยู่หน้าโรงอาบน้ำแห่งนั้น และต้องบอกว่าในเมืองอันซานเนี่ยครับเพื่อนๆ ธุรกิจโรงอาบน้ำตอนนั้นในยุคนั้นเป็นที่นิยมมากๆ เป็นอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้คือเขาไม่ใช่ลักษณะแบบโรงอาบน้ำอย่างเดียว แต่มันจะเป็นโรงอาบน้ำที่เป็นเหมือนเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อ่ะครับเพื่อนๆ มีการเอาอ่างอาบน้ำใช่ป่ะเป็นที่อาบน้ำรวมมี การเสิร์ฟอาหารมาให้กิน มีคาราโอเกะให้ร้องมีสปามีกิจกรรมอะไรหลายๆ อย่างยัดลงไปเนี่ยในโรงอาบน้ำแห่งนั้น เรียกว่ามันเป็นสถานที่พักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบเลยและในยุคนั้นคือฮิตมากๆ ไปที่ไหนก็จะมีโรงอาบน้ำลักษณะนี้อยู่เต็มเมืองไปหมด โดยน้องเหวินคนนี้ก็ไปทำงานที่โรงอาบน้ำเป็นพนักงานพาร์ทไทม์อย่างที่พี่แฮมบอกไป แต่ว่าหลายๆ คนอาจจะมองว่าเอ้าน้องเหวินอายุ 17 เองนี่ทำไมครอบครัวของน้องให้ออกไปทำงานแล้วยังไม่เป็นแบบอายุ 18 เลยใช้แรงงานเด็กหรือเปล่า แต่ต้องบอกว่าไอ้โรงอาบน้ำแห่งนี้ครับเป็นของญาติของน้องเองเป็นของ คุณป้ากับคุณลุงดังนั้นครอบครัวก็เลยบอกว่าอ่ะ งั้นก็ไปทำงานกับลุงป้าก็คงไม่เป็นไรไม่เข้าข่ายการใช้เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีครับก็ถือว่าเป็นการไปช่วยญาติแล้วก็ได้เงินกลับมาด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากคืนที่พี่แฮมบอกไปว่าน้องเหวินออกไปทำงานเนี่ยไปเป็นพนักงานต้อนรับเนี่ย ปรากฏว่าพอช่วงที่โรงอาบน้ำปิดน้องเหวินไม่ได้กลับบ้านในคืนนั้นครับ พอตอนเช้าเนี่ยครอบครัวก็ เป็นห่วงเนาะมารู้ตัวอีกทีคือเช้าไปแล้วเพราะปกติ น้องก็จะกลับมา 5 ทุ่มเที่ยงคืนแล้วครอบครัวก็จะหลับกันไปแล้วน้องก็จะเข้าบ้านไปจัดการตัวเอง ปรากฏว่าตื่นเช้ามาเอ๊ะ น้องไม่ได้อยู่ที่บ้านไม่ได้อยู่ที่ห้องนอนต้องเป็นห่วงมากๆ ก็เลยรีบเดินออกไปที่โรงอาบน้ำก่อนเลย เพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่คาดว่า เป็นสถานที่สุดท้ายที่น้องไปทำงานก่อนที่น้องจะกลับบ้านพอไปถึงที่โรงอาบน้ำดังกล่าวครับ ภาพที่ครอบครัวของน้องเห็นเนี่ยมันไม่ใช่แบบ สถานที่บันเทิงครับเพื่อนๆ ไม่ใช่สถานที่พักผ่อนอย่างที่มันควรจะเป็น แต่มันเหมือนสถานที่ในหนังสยองขวัญเรื่องนึงเลย ซึ่งสถานที่เหล่านั้นดูเหมือนเพิ่งผ่านอาชญากรรมมาสดๆ ร้อนๆ เลยครับ ที่น่าเศร้าก็คือในสถานที่ที่พี่แฮมบอกว่าเหมือนหนังสยองขวัญเนี่ยมันมีร่างของน้องเหวินนอนแน่นิ่งอยู่ด้วย เธอกลายเป็นร่างที่ไร้วิญญาณครับนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ด้านในและมากไปกว่านั้นก็คือไม่ใช่แค่น้องเหวินแต่ว่าข้างๆ ร่างของน้องเนี่ยมีศพอีก 2 ศพครับ นอนอยู่เคียงข้างกันนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ธรรมดาแล้วเนาะครอบครัวเนี่ยมองเข้าไปในโรงอาบน้ำเจอ 3 ศพตอนนั้นครอบครัวก็เลยตกใจครับ รีบโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเพื่อให้ตำรวจเนี่ยส่งกำลังคนมาตรวจสอบที่โรงอาบน้ำแห่งนี้ หลังจากที่ตำรวจมาถึงเนาเค้าก็ไปสำรวจด้านในต่อใช่ไหมเพราะว่าเฉพาะโซนด้านนอกเนี่ยเจอ 3 ศพแล้วตำรวจพบว่าเมื่อเข้าไปข้างในเนี่ยยังพบอีกถึง 7 ศพครับเพื่อนๆ 7 ศพเนี่ยถูกพบในบริเวณที่เป็น อ่า เอิ่ม โรง โรงอาบน้ำนี้ด้วยแล้วก็เป็นร้านล้างรถครับที่อยู่ติดกันเนี่ยก็เจอด้วยเนาะรวมๆ แล้ว 7 ศพ นี่คือฆาตกรรม 10 ศพเลยนะครับเพื่อนๆ ที่อยู่ในสถานที่ปิดสถานที่จำกัดนั่นก็คือโรงอาบน้ำใช่ไหมแล้วก็ข้างๆ กันก็จะเป็นร้านล้างรถครับ ซึ่งพื้นที่เนี่ยมันรวมกันประมาณ 2,000 ตารางฟุตเนาะทั้งหมดเนี่ย 10 ศพอยู่ในนี้หมดเลย ดังนั้นแล้วสถานที่เหล่านี้ครับถ้าจินตนาการมันเจอเน่าไป ด้วยเลือดหมดเลยครับ คือสถานที่เหล่านี้มันก็น่าจะเปียกๆ เนาะล้างรถเอยอาบน้ำเอยเปียกๆ แต่ว่าพื้นน้ำเนี่ยมันเป็นสีแดงที่เต็มไปด้วยเลือด ในบรรดาศพทั้ง 10 เนี่ยศพที่มีอายุเยอะที่สุดเนาะคนที่เสียชีวิตมีอายุเยอะที่สุดเนี่ยอายุถึง 70 ปีครับแล้วคนที่อายุน้อยที่สุดเนี่ยอายุแค่ 10 ขวบเท่านั้นเอง เหยื่อทั้งหมดมีลักษณะบาดแผลใกล้เคียงกันหมดเลยก็คือถูกกระแทกด้วยของแข็ง บริเวณส่วนใหญ่ที่ถูกกระแทกเนี่ยก็คือบริเวณศีรษะครับเป็นแผลใหญ่มากๆ 10 ศพเหมือนโดนทุบด้วยของแข็งเข้าที่ศีรษะเนี่ยทั้ง 10 ศพ ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพอเจอศพ 10 ศพก็ต้องลำเลียงศพออกไปก่อนใช่ไหมครับ ลำเลียงออกไปทีละคน 2 คนแน่นอนว่าคนจีนก็ไม่ได้ต่างจากคนไทยครับพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็มีจีนมุงเข้ามาทันที คนก็มามุงดูด้วยความตกใจหลายๆ คนก็ถ่ายรูปไปมีข่าวมีอะไรมาลงครับทุกคนตื่นตระหนกเนาะ กลายเป็นข่าวใหญ่ทันทีตอนนั้นทั้งเมืองเนี่ยไม่ได้พูดเรื่องอื่นเลยครับพูดแต่เรื่องฆาตกร 10 ศพนี่แหละว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าหน้าที่ตำรวจตอนนั้นก็ถูกกดดันมากทุกคนต้องทำงานอย่างหนักแล้วก็โฟกัสที่คดีนี้คดีเดียวเลยครับ เพราะว่าประชาชนก็กลัวใช่ไหมเกิดมีไอ้คลั่งไอ้บ้าที่ไหนแบบโอ้โหมาไล่ฆ่าคนในบ้านอีกเนี่ยลำบากเลยครับ คนนี้ฆ่าไป 10 คนนี่โหดมากๆ ตอนนั้นทุกคนก็ประโคมข่าวตำรวจก็กดดันก็เร่งออกไปสืบ จากการประเมินเบื้องต้นครับพบว่าอาชญากรรมนี้นะหลังจากที่เขามีการตรวจสอบศพตรวจสอบสถาน ที่เนี่ยคาดว่าทั้ง 10 ศพเนี่ยระยะเวลาในการสังหารเนี่ยใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 10 ชั่วโมงครับ ตกชั่วโมงละศพเนาะแต่จริงๆ อาจจะเกิดมากกว่านั้นแต่ว่าดูเรชั่นครับหรือว่าช่วงเวลาในการก่อเหตุเนี่ยอยู่ประมาณ 10 ชั่วโมง โดยคาดว่าช่วงที่เกิดเหตุเนี่ยเริ่มต้นคือช่วงเย็นวันที่ 13 เมษาจนถึงเช้าวันที่ 14 เมษาครับเนี่ย 10 ชั่วโมงนี้แหละเป็นการฆาตกรรม 10 ศพ แล้วไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเปล่าเนาะที่เจ้าของโรงอาบน้ำกับเจ้าของร้านล้างรถครับสถานที่ที่เกิดเหตุทั้ง 2 ที่เนี่ยเจ้าของเป็นคนเดียวกันหมดเลย เจ้าของคนนี้มีชื่อว่านายโจว หยูซินครับ โจว หยูซินคนนี้พี่แฮมเรียกเค้าว่านายโจแล้วกัน นายโจเนี่ยเพิ่งมาเปิดร้าน 2 ร้านเนี้ยได้ไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำแต่สุดท้ายเขาต้องเจอเหตุการณ์ที่มันสยองขวัญมากๆ ร้านของเขาเนี่ยกลับมีเหตุฆาตกรรม 10 ศพ จากการสืบสวนเนาะแล้วก็ระบุผู้เสียชีวิตเนี่ยตำรวจก็พบว่าเหยื่อ 10 คนเนี่ยเป็นญาติของนายโจคนที่เป็นเจ้าของเนี่ยถึง 4 คนครับ คนแรกเนี่ยเป็นคุณพ่อของนายโจ พ่อแท้ๆ ของโจเลยนะอายุ 60 ปีต่อมาเป็นภรรยาของโจครับอายุ 31 ปี แล้วก็มีลูกชายของโจศพที่อายุน้อยสุดอ่ะน้อง 10 ขวบอ่ะนั่นน่ะคือลูกชายของโจครับแล้วก็หลานของโจอายุ 17 ปีก็คือเด็กสาวต้นเรื่องเนาะก็คือน้องเหวินที่พี่แฮมเล่าไปนั่นเอง ทั้งหมดเนี่ยเป็นญาติของนายโจหมดเลยครับทั้งหมด 4 ศพในขณะที่อีก 3 ศพเนี่ยเป็นพนักงานร้านร้าน ล้างรถเนาะพอพี่แฮมบอกไปว่ามีร้านล้างรถใช่ไหมก็เขาจ้างพนักงานมา 3 คนพนักงาน 3 คนนี้เสียชีวิตหมดเลยครับ อ่ะเมื่อกี้ 4 เหอะพนักงานร้านล้างรถอีก 3 เป็น 7 ต่อมาเนี่ยเป็นเจ้าของที่ดินครับคือนายโจคนเนี้ยเขาเปิดร้าน ร้าน โรงอาบน้ำใช่ไหมแล้วก็ร้านล้างรถเนี่ยแต่ว่าเจ้าของที่ดินเนี่ยไม่ใช่เขาครับคือเขาเป็นแค่แบบคนที่มาเช่าที่ดินแล้วก็มาเปิดร้านเนาะ เจ้าของที่ดินเนี่ยเสียชีวิตด้วยเป็นศพที่ 8 ครับนอก จากเจ้าของที่ดินแล้วลูกชายเจ้าของที่ดินก็มาเสียชีวิตอยู่ ที่นี่ด้วยนะเป็นศพที่ 9 โอ้โห งงกันไปใหญ่ตำรวจงงหมดเลยครับว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น และสุดท้ายเป็นเจ้าของร้านขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ซึ่งร้านอยู่แค่ อยู่ใกล้ๆ กันครับ คือบริเวณแห่งนั้นอย่างที่พี่แฮมบอกไปเนาะโรงอาบน้ำอยู่ติดกับร้านล้างรถใช่ไหมครับใกล้ๆ กันเนี่ยมีร้านขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เอ้าเจ้าของร้านนั้นมาตายอยู่ในนี้ด้วยครับ ทั้งหมด 10 ศพเมื่อทราบทั้ง 10 ศพแล้วว่าเป็นใครมาจากไหนเนาะคราวนี้ตำรวจก็เริ่มที่จะมาโยงความสัมพันธ์กัน ตอนแรกตำรวจก็คิดว่าเป็นการฆ่าสุ่มหรือเปล่า 10 ศพ ปรากฏว่าเฮ้ยดูดีๆ มันมีความสัมพันธ์หมดเลยครับ และ ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่เนี่ยมันโยงไปหาใครครับ โยงไปหานายโจว คนที่เป็นเจ้าของร้านทั้ง 2 ร้านที่เกิดเหตุนี่แหละ แต่นายโจวไม่ได้เป็นหนึ่งใน 10 ศพไง นายโจวหายไปไหนก็ไม่รู้ครับ ตอนนั้นเนี่ยตำรวจก็เลยอยากจะเจอนายโจวเป็นอย่างมากเนาะ แต่ว่าตำรวจเนี่ยพยายามจะติดต่อนายโจวแล้วตามตัวนายโจวแล้วหาตัวไม่เจอครับ โทรศัพท์โทรไปก็ไม่ติดเหมือนปิดเครื่องไว้ไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้ในโจอยู่ ที่ไหนคำถามตอนนี้ในหัวตำรวจมีมากมายเลยครับว่า นายโจเนี่ยเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ในลักษณะไหนกันแน่ 1 เขาอาจจะเป็นฆาตกรได้ถูกไหม เพราะว่าทุกคนมีความสัมพันธ์ไปหานายโจหมดแต่ 2 เขาอาจจะเป็นเหยื่อก็ได้ครับ จริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้มีแค่ 10 ศพ นายโจอาจจะเป็นศพที่ 11 เนาะแต่ว่ายังหาไม่เจอ ตอนนั้นตำรวจก็พยายามที่จะสืบเนาะว่าเฮ้ยมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คนก่อเหตุจะเป็นนายโจหรือเปล่าแล้วถ้าไม่ใช่นายโจ ใครนะถึงจะมาทำอะไรที่มันดูโกรธแค้นมากขนาดนี้มีเรื่องอื่นๆ หรือเปล่าที่มันมีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์นี้ครับ ตำรวจก็แกะรอยไปเรื่อยๆ สืบข้อมูลไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเขาไปได้ข้อมูลจากคุณครูของลูกชายนายโจ ลูกชายนายโจอายุ 10 ขวบก็ควรจะไปโรงเรียนใช่ไหมครับปรากฏว่าวันนั้นเนี่ยตำรวจก็สืบไปจนถึงคุณครูของลูกชายเนาะ คุณครูก็ให้การว่าในเช้าวันที่ 14 เนี่ยตอนนั้นน่ะครูเห็นลูกของโจไม่มาเรียนหนังสือ ก็เลยโทรไปที่ร้านของนายโจเนาะเพื่อสอบถามว่าเออ ลูกไม่สบายหรือเปล่าทำไมไม่มาเรียน ปรากฏว่ามีคนรับสายด้วย โดยคนรับสายเนี่ยก็คือนายโจครับ โจเนี่ยก็บอกกับคุณครูว่าโอยลูกอ่ะปวดท้องไปโรงเรียนไม่ได้วันนี้ขอลางวันนึงแล้วกันแล้วคุณครูก็บอกว่าเอ้อเขาก็ได้คุยกับนายโจแค่นั้น พอตำรวจได้ฟังปุ๊บตาเป็นประกายเลยครับเพื่อนๆ ยังจำช่วงเวลาที่เขาประเมินว่าจะมีการเกิดเหตุได้ไหม ช่วงเย็นวันที่ 13 จนถึงเช้าตรู่วันที่ 14 เมษาแต่คุณครูเนี่ยโทรไปหาช่วงเช้าของวันที่ 14 ถูกไหม ซึ่งช่วงนั้นตำรวจคาดว่าน่าจะก่อเหตุไปเรียบร้อยแล้วครับแต่ว่าคนที่รับโทรศัพท์เนี่ยคือนายโจ ดังนั้นหมายความว่าอะไรหมายความว่าในขณะที่ 10 ศพนั้นถูกฆาตกรรมหมดแล้วนายโจยังมีชีวิตอยู่ครับ และมีความเป็นไปได้สูงมากๆ เลยถ้านายโจวไม่ใช่เหยื่อไม่ใช่ศพนายโจวก็น่าจะเป็นฆาตกรแล้วครับ น่าจะเป็นฆาตกรโหดที่ก่อเหตุสังหารฆาตกรรมหมู่ในครั้งนี้ตำรวจเชื่อว่านายโจเนี่ยมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากๆ ตอนนั้นตำรวจก็เลยต้องพยายามตามหานายโจอย่างหนักเลยเนาะมีการตรวจสอบทั้งทางหลวงสถานีรถไฟสถานีขนส่งสืบข้อมูลบนโลกทุกเส้นทางที่นายโจสามารถจะไปได้ ในขณะเดียวกันครับตำรวจได้ไปขอความร่วมมือจากตำรวจในเมืองอื่นๆ มณฑลอื่นๆ ด้วยเพราะกลัวว่านายโจจะข้ามเมือง หนีข้ามเมืองไปก็ติดต่อพยายามค้นหานายโจหลังจากผ่านไป 20 ชั่วโมงครับเพื่อนๆ ตำรวจก็ไปเจอรถตู้ของนายโจจริงๆ ซึ่งมันจอดอยู่ที่เมืองที่ชื่อว่าอิ่งโควมันไกลจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 100 กิโลเมตรครับตำรวจเจอรถตู้ และในรถตู้คันนี้เองครับพอตำรวจเปิดประตูเข้าไปตรวจสอบเนี่ยก็พบกับข้อนครับ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอาวุธสังหารถ้าเพื่อนๆ จำได้ทุกคนโดนของแข็งกระแทกที่หัวหมดเลยใช่ไหม ตำรวจเชื่อว่ามันเป็นข้อนขนาดใหญ่อันนี้แหละครับที่โจใช้ในการก่อเหตุอย่างแน่นอน นอก จากค้อนแล้วเนี่ยในรถตำรวจยังเจอขนมปังเจอไส้กรอกเจอน้ำเจอเสื้อครับเป็นเสื้อสูทที่เหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่ๆ เลย ปัญหาคือไม่มีโจครับ มีแต่รถมีแต่ของแต่ไม่มีนายโจอยู่ในรถคันนั้น ตำรวจก็เลยวิเคราะห์อ่ะตำรวจเก่งมากๆ เพื่อนๆ ฟังตรงนี้ดีๆ พี่แฮมว่าตำรวจเขาฉลาดมากตำรวจเขา วิเคราะห์ว่าเฮ้ย การที่คนเราเนี่ยก่อเหตุนายโจก่อเหตุมาทั้งคืนเลยนะฆ่าคนฆ่าคนฆ่าคน 10 คนเสร็จแล้วขับรถออกมาเลย 100 กิโลเนี่ยตรงเนี้ยตำรวจเชื่อว่าน่าจะใช้เวลาในการขับมาเนี่ย น่าจะประมาณ 10 20 ชั่วโมงติดต่อกันดังนั้นเป็นไปได้สูงว่านายโจเนี่ย น่าจะเป็นยังไงครับ เหนื่อยใช่ไหม น่าจะง่วงครับใช้แรงแล้วก็ขับรถมาเนี่ยน่าจะไปหาสถานที่พักผ่อนอย่างแน่นอน และสถานที่พักผ่อนน่าจะเป็นจุดที่สามารถเดินเท้าได้จากรถเนี่ยเดินไปน่าจะไปพักผ่อน ตำรวจไปตรวจสอบหมดเลยโรงแรมบริเวณนั้นโดนตรวจสอบทุกห้องอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ด้วยครับ หลายๆ ครั้งเราจะเจอว่าคนร้ายไม่ได้พักที่โรงแรมเนาะไปตามร้านอินเทอร์เน็ตแล้วก็ไปนอนในร้านอินเทอร์เน็ตแล้วก็สถานที่อื่นๆ ที่คนพอจะไปแอบหลับได้ สุดท้ายเจอจริงๆ ครับ พี่แฮมบอกตำรวจฉลาดมากเลยนะ ในที่สุดเขาไปเจอนายโจกำลังงีบหลับอยู่ในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แห่งนึงครับกำลังหลับปุ๋ยอยู่เลย และตอนนั้นเองนายโจก็เลยถูกจับกุมแล้วก็ถูกนำตัวกลับมาที่เมืองอันซานทันทีครับเพื่อทำการตรวจสอบ ในระหว่างตรวจสอบเนี่ยตำรวจได้ทราบว่าการที่โจขับรถมาถึงอิ่งโคเนี่ยไม่ได้เพื่อหลบหนีเนาะ หลายๆ คนบอกว่าเฮ้ยนายโจขับหนีมาหรือเปล่าไม่ ใช่ครับแต่รู้ไหมครับว่าทำไมเขาต้องขับมาที่เมืองๆ นี้ เฉลยเลยครับเขาต้องการมาสังหารศพที่ 11 ครับเพื่อนๆ งานเขายังไม่จบ เขาต้องการมาฆ่าคนที่ 11 และคนที่ 11 ก็คือพ่อตาของเขาที่อยู่ในเมืองนี้ครับ เดชะบุญที่ตำรวจเนี่ยสามารถที่จะจับกุมตัวเขาได้ก่อนก่อนที่เขาจะไปสังหารพ่อตาเป็นคนที่ 11 ต่อไป มาถึงตรงนี้พี่แฮมเชื่อแล้วเนาะว่าหลายๆ คนอยากจะรู้เหลือเกินว่าอะไรคือแรงจูงใจของนายโจที่ผลักดันให้เขามีการกระทำที่มันโหดร้ายมากๆ ขนาดนี้ ขนาดฆ่าไป 10 คนแล้วเขายังไม่พอใจจะมาฆ่าคนที่ 11 อีกแต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นครับ พี่แฮมขอเล่าย้อนกลับไปให้เพื่อนๆ ฟังประวัติของนายโจคนนี้ให้เข้าใจธาตุของเขาครับ ให้เข้าใจรู้ว่าเขาโตมายังไงเกิดมายังไงแล้วเป็นยังไงถึงได้กลายมาเป็นนายโจในวันนี้โจว หยูซินคนนี้ครับ เกิดในปี 1979 โดยพ่อแม่ของเขาเนี่ย เป็นญาติกันครับเพื่อนๆ พ่อแม่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันแต่งงานกันมีลูกออกมาเป็นนายโจ อย่างไรก็ตามแม่ของนายโจเป็นผู้ป่วยทางจิตเนาะแล้วก็มีอาการทางจิตเพศค่อนข้างรุนแรง จนสุดท้ายเนี่ยตอนที่นายโจอายุ 4 ขวบเนี่ยแม่ก็แบบเหมือน ไม่ได้ได้ ได้รับการรักษาที่ดีอ่ะครับ แม่ก็เลยเดินหลงทางไปนอกบ้านแล้วหลังจากนั้นแม่ไม่กลับบ้านอีกเลยครับ ตั้งแต่ในโจ 4 ขวบแม่หลงออกไปแล้วก็หายไปไหนก็ไม่รู้ทำให้ชีวิตนับตั้งแต่วันนั้นโจ ต้องอยู่กับพ่อมาตลอดครับ พ่อก็เลี้ยงดูนายโจมาคนเดียวเนี่ยแหละเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวและอย่างที่บอกไปว่าพ่อแม่กับโจเนี่ยเขาเป็นญาติกัน มีเชื้อสายทางเลือดเดียวกันถูกไหมครับทำให้เขาเนี่ยถูกเพื่อนๆ ล้อครับคือเพื่อนๆ ก็เก่งมากเลยไม่รู้ทำไงนะไปรู้มาว่าพ่อแม่ของโจเป็นญาติกัน ก็โดนล้อเนาะเพื่อนล้อยังไงรู้ไหมโจพ่อแกก็คือกูแกแม่แกก็คือป้าแกด้วยส่วนแกก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับตัวเอง ก็คือล้อครับเอาความสัมพันธ์ทางสายเลือดมาล้อกันมั่วไปหมดเลยซึ่งเขาโดนล้อแบบนี้มาตลอด
[20:22]จนกระทั่งตอนเรียนจบ ม.ต้นโจก็ตัดสินใจว่าเขาอยากจะเลือกรเรียนวิชาซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเนาะที่โรงเรียนเทคนิคแห่งนึงจะได้เรียนจบแล้วมาประกอบอาชีพได้เลย เขาก็เรียนจบจริงๆ เนาะแล้วก็เรียนจบออกมาก็มาประกอบอาชีพเปิดร้านเป็น เอ่อ ซ่อมเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ แห่งนึงในบ้านเกิดของตัวเองนั่นแหละ ต่อมาครับก็มีเพื่อนคนนึงก็แนะนำให้โจเนี่ยรู้จักกับหญิงสาวคนนึงที่ชื่อว่าเหยียนปิงซึ่งเหยียนปิงเนี่ยอายุน้อยกว่านายโจ 1 ปี ทั้งคู่ก็คบหากันระยะเวลาสั้นๆ ครับก่อนที่ไม่นานนักทั้งสองคนก็ตัดสินใจแต่งงานกันอย่างรวดเร็ว หลังจากแต่งงานในโจกับเหยียนก็ไปได้ดีมากๆ ครับทั้งคู่ดูรักกันมากๆ พวกเขาก็ให้กำเนิดลูกชายออกมาในเวลาต่อมาเนาะ ซึ่งในโจคนนี้ก็เป็นพ่อที่ดีเป็นสามีที่ดีครับเขาทะนุถนอมทั้งภรรยาและลูกชายเป็นอย่างมาก นายโจเนี่ยเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูงเขามีไอดอลด้วยครับเพื่อนๆ ไอดอลในการใช้ชีวิตไอดอลของนายโจคือ Bill Gates ครับ เขารู้สึกว่า Bill Gates นี่แบบคืออัจฉริยะสร้างโลกเนาะเขาอยากจะเป็นคนที่สำคัญระดับโลกให้เหมือน Bill Gates ให้ได้เขาอยากจะสร้างธุรกิจแบบ Bill Gates ให้ได้ Bill Gates เลยกลายเป็นแรงผลักดันให้นายโจเนี่ยเป็นคนขยันมากๆ ขยันผิดมนุษย์ครับทำงานกัน 200% ทุกวันมีความรับผิดชอบสูง และทุกวินาทีเนี่ยเขาพร้อมจะซัพพอร์ตครอบครัวไปด้วยเขาเป็นคนที่หลายๆ คนมองว่าโหรักครอบครัวมากๆ เขาทําให้กับครอบครัวทั้งลูกชายและภรรยาอย่างเต็มกำลัง ฟังมาถึงตรงนี้แล้วหลายๆ คนก็อาจจะสงสัยว่าฮูยพี่แฮมฟังมาแบบนี้นายโจแบบน่าจะเป็นคนดีนะทำไมสุดท้ายมันลงเอยแบบนี้ได้ใช่ไหม เรื่องนี้ย้อนกลับไปหลายปีก่อนเกิดเหตุครับตอนนั้นเนี่ยอยู่ๆ โจก็อยู่ของเขาดีๆ เนี่ยเปิดร้านซ่อมเล็กๆ อยู่กับลูกกับเมียใช่ไหม อยู่ๆ รัฐบาลมาสั่งรื้อถอนบ้านครับบอกเฮ้ยตรงนี้ขอเวียนคืนอ่ะขอบ้านเวียนคืนก็ให้ตังค์มานายโจกับภรรยาแล้วก็ลูกชายตอนนั้นก็อ๋อ ทำไงดีบ้านโดนรัฐบาลเวียนคืนไปจะไปซื้อบ้านใหม่ก็ยังไม่พร้อมก็เลยไปอาศัยอยู่กับพ่อตาครับหรือว่าคุณพ่อของภรรยาเนี่ยแหละ ตอนแรกพ่อตาก็สนับสนุนโจนะบอกโหยลูกเขยคนนี้มันสุดยอดไปเลยโจเนี่ยก็เล่าเรื่องธุรกิจให้ฟังว่าเนี่ยผมอยากเป็นแบบ Bill Gates ครับ ผมเนี่ยอยากจะทำธุรกิจอย่างงู้นอย่างงี้อย่างงั้นเอาพูดไปนะนายโจก็บอกว่าเนี่ยผมวางแผนอยากจะเปิดโรงงานซ่อมบำรุงเครื่องจักร อยากจะเปิดเนี่ยอยากจะทำธุรกิจให้มันร่ำรวยชีวิตจะได้มั่นคงพ่อตาเห็นแบบนั้นครับโหลูกเขยคนนี้แบบมีแววนะให้เงินครับ เป็นการให้ยืมนะเพื่อนๆ ไม่ได้ให้ไปเลยให้ยืมเงิน 100,000 หยวนบอกว่าเอาไปเลยลูกเอาไปเปิดโรงงานจะได้ทำธุรกิจอย่างที่ลูกอยากจะทำ โจก็เลยเอาเงินของพ่อตามาครับแล้วก็เงินเวียนคืนจากรัฐบาลใช่ไหมเพราะว่ารัฐบาลไล่ที่เขาก็ได้เงินเวียนคืนมาแล้วก็เอาเงินเก็บทั้งชีวิตเลยครับ รวมๆ แล้วเนี่ยได้ทั้งหมด 600,000 หยวนเอาเงิน 600,000 หยวนเนี่ยไปเปิดโรงงานซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลทันทีครับเปิดเป็นโรงงานใหญ่โตขึ้นมา อย่างไรก็ตามมีคนๆ นึงที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายโจคนๆ นั้นก็คือพ่อแท้ๆ ของนายโจครับ ยังจำได้ใช่ไหมว่าพ่อโจเนี่ยเขาก็เลี้ยงดูโจมาเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวมาตลอดคือพ่อเนี่ยก็โทรไปบอกโจโจลูก พ่อมันลูกลงทุนมากเกินไปนะลูกออลอินเลยนะอย่างงี้เขาเรียกว่าออลอินเอาเงินที่แบบโอ้โหคนอื่นเข้า ให้มาเอาเงินเวียนคืนเนี่ย 600,000 หยวนนะลูก มันมากเกินไปหรือเปล่าการประกอบเป็นเจ้าของโรงงานเป็น ผู้ประกอบการทางธุรกิจมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นไปศึกษาก่อนไหม พ่อก็โทรไปเตือนโจครับตอนนั้นโจก็เลยรู้สึกแบบเฮ้ยพ่อมันดับฝันได้ไงอ่ะมันขัดได้ไงอ่ะพ่อไม่เชื่อมั่นในตัวโจเหรอ กลายเป็นว่าทะเลาะกันครับโจก็รู้สึกว่าการทักท้วงของพ่อแท้ๆ เนี่ยมันเป็นการแบบไม่ไว้เนื้อเชื่อใจเขา คิดดูดิขนาดพ่อตานี่ยังสนับสนุนเขาเลยให้มาตั้ง 100,000 หยวนพ่อไม่ให้อะไรเลยเนาะแถมยังมาทักท้วงมาแบบมาขัดแข้งขัดขาอีก ตอนนั้นก็เลยโกรธครับโกรธก็อยู่ด้วยกันไม่ได้โจก็เลยตัดสินใจเอาภรรยากับลูกเนี่ยบอกไม่อยู่แล้วกับพ่อตา หอบข้าวหอบของครับออกจากบ้านมาเลยและย้ายมาอยู่ที่เมืองอันซานหรือว่าเมืองที่เป็นสถานที่เกิดเหตุนั่นเอง ตอนนั้นโจก็ไปยืมเงินจากทั่วทุกแห่งเลยไม่ว่าจะเป็นนี่ในระบบนี่นอกระบบคือยืมเงินมาหมดเลยครับแล้วก็ได้เงินมาก้อนนึง เอาเงินก้อนนั้นเนี่ยไปเช่าที่ดินผืนนึงครับแล้วก็เปิดมาเป็นโรงอาบน้ำกับร้านล้างรถนั่นเองครับเพื่อนๆ นี่แหละคือเงินที่ไปกู้เงินมาแล้วก็สร้างธุรกิจใหม่แล้วก็เหมือนเดิมธุรกิจของเขาเนี่ยก็ไปได้ไม่ค่อยดีอีกแล้วครับ จนตอนนั้นเนี่ยโจไม่สามารถที่จะจ่ายค่าเช่าได้ตามเวลาไม่สามารถที่จะจ่ายดอกเบี้ยครับเพราะว่าไปยืมเข้ามากก็ต้องส่งต้นส่งดอก เริ่มที่จะผัดผ่อนหนี้สินตอนนั้นเจ้าหนี้ก็มาท้วงโจทุกวันเลยเฮ้ยเมื่อไหร่จะหนี้จะคืนว่าโจหนี้โจก็เริ่มที่จะพอกเป็นดินพอกหางหมูครับ ชักหน้าไม่ถึงหลังแล้วคราวนี้หนี้มันก็ใหญ่ขึ้นมันเป็นดอกเบี้ยทบต้นใช่ไหมครับทบไปทบไปคราวนี้กลายเป็นหนี้ใหญ่ มหาศาล แรงกดดันต่างๆ ทำให้โจเนี่ยเริ่มที่จะสติแตกครับเพื่อนๆ และในตอนนั้นเองเนี่ยเขาก็ไปสังเกตเห็นภรรยาของตัวเองคือเขารักภรรยา กับลูกมาก เขาสังเกตว่าภรรยาตัวเองเนี่ยเฮ้ยแอบมีกิ๊กหรือเปล่าแอบนอกใจหรือเปล่าคือโจเนี่ย มักจะสังเกตเห็นว่าภรรยาส่วนใหญ่เนี่ยวันๆ เอาแต่เล่นมือถือครับ
[26:24]เหมือนแชทออนไลน์อ่ะออนไลน์กับผู้ชายคนอื่นหรือเปล่าโจก็มาคิดเนาะโจก็รู้สึกแบบเฮ้ยทำเพื่อครอบครัวขนาดนี้ แฟนไปแอบคุยกับผู้ชายคนอื่นงี้ไม่อ โอเคสงสัยอย่างหนักว่าภรรยาจะ ไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองครับ ไม่พอในเวลาไล่เลี่ยกันเนี่ยโจสังเกตเห็นว่าภรรยาตัวเองชอบไปขอร้องกับพนักงานล้างรถครับ คือเขามี 2 ร้านใช่ไหมครับร้านที่เป็นร้านล้างรถเนี่ยก็มีพนักงาน 3 คนอย่างที่พี่แฮมบอกไปภรรยาเนี่ยชอบไปแบบคุยเล่นกับหนุ่มๆ นายโจก็หึงหวงครับรู้สึกว่าเฮ้ยมันมีพนักงานคนนึงหน้าตามันก็หล่อๆ อยู่ สงสัยมากๆ เลยว่าแอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเมียของฉันแน่ๆ
[27:26]นี่คือสิ่งที่นายโจคิดนะครับพี่แฮมย้ำว่านายโจคิดเนาะไม่ได้มีการพิสูจน์ว่าทั้งคู่แอบไปมีความสัมพันธ์กันจริงๆ คราวนี้อารมณ์ด้านลบอ่ะครับเพื่อนๆ มันเข้ามาในใจนายโจหมดเลยความผิดหวังทางธุรกิจทะเลาะกับพ่อทะเลาะกับพ่อตาหึงหวงภรรยาความเครียดต่างๆ หนี้สินต่างๆ
[27:54]สุดท้ายมันสะสมครับนายโจค่อยๆ เก็บทุกอย่างนั้นไว้ในใจพอกพูนพอกพูนเหมือนระเบิดเวลา
[28:54]และสุดท้าย 13 เมษายนปี 2011 ระเบิดเวลานุ่งหนี้ก็ระเบิดออกครับ ในวันนั้นนายโจตัดสินใจค่อยๆ ปิดประตูโรงอาบน้ำอย่างเงียบเชียบครับ เสร็จแล้วก็เดินไปหยิบข้อนปอนด์นั่นมันเดินไปก่อนเลยห้องของภรรยา เขาไม่ได้พูดอะไรเลยครับไม่มีสัญญาณเตือนเงื้อมค้อนขึ้นมาแล้วก็ฟาดลงไปที่หัวภรรยา ทุบครั้งเดียว เสียชีวิตเลยครับเป็นการซัดที่รุนแรงมากๆ หลังจากสังหารภรรยาเรียบร้อยแล้วอันนี้น่าเศร้ามากๆ ครับเดินไปที่ห้องลูกชายของตัวเอง พี่แฮมคนไม่เข้าใจเลยนะตรงนี้ เขาสังหารลูกชายของตัวเอง 10 ขวบไงครับในลักษณะเดียวกันกับภรรยา ไม่พอครับเดินออกมาเจอหลานน้องเหวินน้องเหวินเนี่ยมาทำงานเป็นพนักงานต้อนรับอย่างที่พี่แฮมบอกไปเธอก็ทำงานของเธออยู่ดีๆ นะอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ เหวินก็ถูกสังหารลักษณะเดียวกันเป็นรายที่ 3 ครับรายต่อไปคราวนี้สังหารเรียบร้อยไป 3 รายแล้ว โจก็นั่งอยู่ในโรงอาบน้ำนั่นแหละครับสูบบุหรี่เจ้าหน้าที่บอกว่ามีการสูบไปถึง 4 ซองครับสูบแล้วเหมือนนั่งคิดว่าเฮ้ยทำอะไรไปแล้ววะเนี่ย ฆ่าคนไป 3 คนแล้วเป็นญาติหมดเลยพอช่วงเช้าตรู่ครับตอนนั้นบังเอิญว่าพ่อของโจมาง้อครับเพื่อนๆ ทะเลาะกันใช่ไหมพ่อดันมาง้อพอดีซื้ออาหารที่โจชอบกินครับมาฝากพอพ่อเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่พ่อของนายโจเห็นคือศพครับศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่เต็มโรงอาบน้ำเลยยังไม่ทันตั้งตัวนายโจรอต้อนรับพ่อแท้ๆ พ่อที่ดูแลและเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ 4 ขวบครับ ใช้ค้อนปอนด์อันเดียวกันนั้นซัดหัวพ่อเข้าไป พ่อกลายเป็นศพรายที่ 4 ครับหลังจากนั้นนายโจก็เลยไหนๆ จะไหนๆ แล้วสะสางมันให้หมด
[31:25]โทรไปหาเจ้าของที่ดินจำได้ใช่ไหมว่าเขาเปิดร้านอยู่บนที่ดินแล้วต้องจ่ายค่าเช่าไหนๆ ก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าแล้วเรียกมันมาฆ่าซะเลย โทรหาเจ้าของที่ดินครับบอกว่าเนี่ยเดี๋ยวจะเอาตังค์ได้ตังค์มาก้อนใหญ่เลยเดี๋ยวจะเอาตังค์มาจ่ายเจ้าของที่ดินได้ยินแบบนั้นก็ดีใจครับ เพราะว่าเขาก็ในโจก็ไม่จ่ายมานานแล้วใช่ไหมชวนลูกชายไปด้วยบอกลูกไปลูกไปเอาเงินกันลูก ก็ครับขับรถไปที่โรงอาบน้ำของนายโจ หลังจากที่เจ้าของที่ดินหลงเชื่อครับเดินเข้าไปพร้อมกับลูกชายเนาะนายโจก็ดักซุ่มไปแล้วทั้งคู่ก็ถูกสังหารเป็นรายที่ 8 แล้วก็รายที่ 9 ต่อไปครับ ที่น่าเศร้าอีกคนนึงคือรายที่ 10 เนาะเจ้าของร้านฮาร์ดแวร์เพื่อนๆ จำได้ใช่ไหมไม่ได้เกี่ยวไม่ได้มีอีโหน่อีเหน่อะไรเลย บังเอิญมาเปิดร้านครับแล้วก็ได้ยินเสียงคนโวยวายก็เลยแบบเอ้าไปดูหน่อยว่าเอ้ยมีเรื่องอะไรหรือเปล่าเดินไปดู เห็นในโจกำลังฆ่าลูกชายของเจ้าของที่ดินพอดีตกใจนายโจหันมาเห็นเรียบร้อยครับ หนีไม่ทันเขากลายเป็นเหยื่อที่โชคร้ายมากๆ ครับไม่ได้เกี่ยวข้องเลยแต่ดันมาเห็นเหตุการณ์พอดี โดนนายโจเก็บเป็นคนที่ 10 ตอนนี้นายโจบ้าคลั่งไปแล้วครับเพื่อนๆ ฆ่าคนไป 10 คนด้วยค้อนอันเดียว และที่สำคัญคือนายโจยังไม่หยุดเขาโทรหาเจ้าหนี้ทั้งหมดเลยครับจำได้ใช่ไหมว่าเขาไปยืมคนเงินคนมาเต็มเลย หลอกเจ้าหนี้โทรไปหาเป็น 10 10 คนเลยบอกว่าเฮ้ยมีผมมีเงินจ่ายแล้วนะมาหาที่โรงอาบน้ำหน่อย กะว่าเคลียร์เลยครับกะว่าจะฆ่าเจ้าหนี้ทิ้งทุกคนเลยเดชะบุญมากๆ ไม่มีเจ้าหนี้คนไหนว่างเลยครับวันนั้น เจ้าหนี้บอกว่าวันนี้ไม่ว่างไม่ไปทำให้ไม่มีเจ้าหนี้คนไหนเลยที่ถูกสังหารเพิ่มเป็นรายที่ 11 คราวนี้ในโจก็อยากจะฆ่าคนเพิ่มก็เลยคิดว่าเฮ้ยเอาจริงๆ เรายังมีอีก 1 คนที่เราแค้นมากๆ ไอ้พ่อตาไงที่ไม่ยอมให้คืนอีก 100,000 ไม่ยอมให้ยืมเพิ่มอีก 100,000 นะก็เลยโทรหาพ่อตาบอกพ่อตาอยากเคลียร์ใจ มาหาที่โรงอาบน้ำหน่อยพ่อตาก็บอกว่าโหไกลเป็น 100 โลเลยไม่เอาหรอกไม่ไป โจก็เลยเปลี่ยนแผนบอกเอาอย่างงี้แล้วกันเดี๋ยวผมไปง้อเองเดี๋ยวผมซื้อของอร่อยๆ มาให้กินนะครับเดี๋ยวผมขับรถไปหา คือกะขับรถไปฆ่าถึงที่ครับแต่สุดท้ายก็อย่างที่พี่แฮมบอกไปเนาะเขาขับรถไปยังไม่ทันถึงบ้านของพ่อตา เขาพักเหนื่อยก่อนครับแล้วก็สุดท้ายก็คือถูกตำรวจเนี่ยจับกุมได้ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แล้วพ่อตาก็รอดได้ อย่างปาฏิหาริย์เลยทีเดียว หลังถูกจับกุมได้ครับเพื่อนๆ โจก็ถูกนำตัวมาขึ้นศาลเนาะหลังจากที่ถูกสอบสวนซึ่ง การสอบสวนนั่นก็คือข้อมูลที่พี่แฮมเล่าไปทั้งหมดนั่นแหละครับ นายโจก็เล่าให้ตำรวจฟังอย่างหน้าตาเฉยในชั้นศาลเนี่ยทางทนายของโจพยายามจะสู้คดีแล้วเขาพยายามจะอ้างว่า ศาลครับแม่ของนายโจเนี่ยเป็นผู้ป่วยทางจิตเนาะดังนั้นมันก็อาจจะถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นนายโจเนี่ยอาจจะมีอาการทางจิตเป็นไซโคพาทหรือเปล่าดังนั้นไม่ไม่ควรที่จะตัดสินโทษเขาอย่างรุนแรง ศาลบอกช้าก่อนงั้นส่งนายโจเนี่ยไปตรวจสอบสุขภาพจิตอย่างละเอียดทีผลปรากฏออกมาว่าทางจิตแพทย์อ่ะครับยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเนี่ย นายโจมีการวางแผนอย่างละเอียดตลอดการก่ออาชญากรรมครับเขามีความสามารถในการรับรู้และควบคุมตัวเองได้อย่างดีนะครับ 100% เลย ดังนั้นการกล่าวอ้างเรื่องของสุขภาพจิตตกไปครับศาลไม่รับจิตแพทย์ไม่รับรองในจุดนี้ ดังนั้นแล้วครับศาลก็เลยทำการวินิจฉัยตัดสินโดยในโจเนี่ยถูกตัดสินว่ามีความผิดฆาตกรรมโดยเจตนา 10 กระทงครับ 10 คนเลย และแน่นอนว่านี่คือประเทศอะไรครับประเทศจีนโทษเดียวที่เขา สมควรจะได้รับก็คือการประหารชีวิตทันทีครับโดยไม่มีข้อกังขา สุดท้ายนายโจก็ต้องจากโลกนี้ไปครับเป็นศพที่ 11 ในฐานะของฆาตกรไม่ ใช่เหยื่อนะครับ และคดีที่โหดเหี้ยมคดีนี้ก็ปิดตัวลงไปอย่างน่าเศร้าอีกเช่นเคยครับ อย่างที่พี่แฮมบอกไปเนาะว่าการเล่า True Crime เนี่ยเราเล่าได้หลายมิติมากๆ เลยอีกอย่างนึงที่พี่แฮมอยากจะเล่าสำหรับคดีนี้นอกจากความโหดเหี้ยมของการฆาตกรรมคนทั้ง 10 คนแล้วมันคือเรื่องราวปูมหลังของคนๆ นึงครับ คนๆ นึงที่ สุดท้ายถูกสร้างขึ้นมากลายเป็นปีศาจมันไม่ใช่ว่าทุกคนเกิดมาแล้วกลายเป็นปีศาจบ้าคลั่งออกมาไล่ล่าฆ่าคน ก็อาจจะมีเนาะคนที่เขาเป็นไซโคพาทเป็นโรคจิตหรือว่า whatever ก็ตามเนาะแต่ว่าคนอย่างนายโจเนี่ย เอาจริงๆ ถ้าเราดูดีๆ เราวิเคราะห์ดีๆ เนี่ยเขาเติบโตมาภายใต้การถูกล้อเลียนใช่ไหมถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนมาตลอด โตขึ้นมามีความฝันมีแรงบันดาลใจเป็น Bill Gates แต่ว่า สุดท้ายเขาผ่านความล้มเหลวครับความเครียดต่างๆ เขาเป็นคนที่เดินแต่ไม่รู้จักถอยนะในมุมพี่แฮมชีวิตคนเราแบบนี้พี่แฮมไม่รู้คิดถูกคิดผิดอันนี้เป็นมุมมองของพี่แฮม พี่รู้สึกว่าคนเราอ่ะครับมันดีมากๆ เลยที่เราอยากก้าวไปข้างหน้าทุกวันแต่มันไม่ได้มีใครมาบังคับว่าเราจะต้องถึงเส้นชัย ณ วันนี้เดี๋ยวนี้ตอนนี้ นี่นะ การเดินช้าลงหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหาครับไม่ใช่เรื่องผิดเลยการหันไปมองข้างๆ ว่าดอกไม้สวยดีนะ enrolment รอบๆ เราอุ๊ยวันนี้นกร้องไพเราะจังเลยเดินช้าลงหน่อยไม่เป็นไรครับแต่ความสุขทางใจมันเป็นสิ่งที่บางครั้งเงินก็ซื้อไม่ได้นะเพื่อนๆ เรามีเส้นชัยดีแล้วครับเราอยากจะไปถึงเส้นชัยดีมากๆ แล้วแต่เราไม่จำเป็นว่าจะต้องรีบจนไม่สนใจอะไร
[37:11]ในวันที่เราล้มเราแพ้เราพักครับเรานั่งพักเราอยู่กับคนที่เรารักเพื่อบอกเขาว่าวันนี้ฉันเจ็บปวดจังเลยอ่ะ วันนี้ฉันปวดร้าว จังเลยอ่ะเธอปลอบฉันหน่อยสิถ้าเราอยู่คนเดียวไม่เป็นไรเราหาสิ่งที่เราชอบ ก็แบบเอ๊ยวันนี้อยากฟังเพลงเราฟังเพลงเราพักสักหน่อยเราเบรคสักหน่อยเราเดินช้าลงหน่อยสุดท้ายครับพี่แฮมเชื่อเหลือเกินว่าเส้นชัยมันไม่ได้หนีไปไหน เผลอๆ พออายุเปลี่ยนเส้นชัยเปลี่ยนด้วยซ้ำไปชีวิตไม่ต้องเร่งรีบขนาดนั้นครับรู้จักผ่อนความเครียดเนาะอย่าทำอะไรที่มันหูทู่ลุ ทุกๆ ความล้มเหลวให้มันเป็นประสบการณ์ให้เรารอบคอบขึ้นตั้งต้นใหม่ขึ้นเราอย่าทำตัวเป็นนักพนัน หลายๆ คนบอกว่าชีวิตล้มเหลวเพราะเป็นนักพนันครับไม่ยอมแพ้ไงโดนกินไปอยากจะเอาชนะอยากจะเอาคืนสุดท้ายหมดตัวครับ เหมือนกันในโจที่เขาไม่รู้จักถอยจนสุดท้ายลากทุกคนมาด้วยความเห็นแก่ตัวด้วยความอยากที่ตัวเองอยากจะเขาเรียกว่าประชดประชันในความที่เป็นรูเซอร์ของตัวเองเท่านั้นเอง ดังนั้นแล้วเราอย่าเป็นอย่างนั้นครับกลับไปที่ชีวิตของเพื่อนๆ วันนี้ครับพี่แฮมเลยฝากข้อคิดเอาไว้ว่ามีเส้นชัยเป็นสิ่งที่ดีครับ เดินช้าลงหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่อะไรเนาะดังนั้นอย่าลืมเสพชีวิตท่ามกลางความสุขของวันนี้ด้วยนะครับ อย่าลืมขอบคุณทุกๆ อย่างที่ทำให้เรายังได้หายใจให้เราได้ ยังมีงานทำเนาะให้เราได้ยังใช้ชีวิตบนโลกใบนี้เพราะทุกๆ วันคือโอกาสครับ ช้าลงหน่อยสบายใจขึ้นอีกนิดนึงแล้วรับรองว่าเราจะมีพลังงานทั้งกายและใจในการเดินหน้าไปถึงเส้นชัยได้อย่างแน่นอนยังไงพี่แฮมฝากเอาไว้ด้วยนะครับ สำหรับ File Not Found ครับเราออกอากาศแบบนี้ทุกวันอังคารเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็น YouTube Spotify Soundcloud Podbean Apple Podcast ครับ ใครที่อยากจะฟังแต่เสียงก็มี Apple Podcast กับ Spotify ตามไป Follow ครับตามไปปั่นวิวกันได้เนาะพี่แฮมก็อยากให้ช่องพี่แฮมเนี่ยกลับมาอุ่นหนาฝาคั่งครับมีเพื่อนๆ ฟังกันเยอะๆ พี่แฮมก็มีกำลังใจทีมงานก็มีกำลังใจนะครับ สุดท้ายดูแลตัวเองดีๆ ครับแล้วเจอกันใหมวันอังคารหน้านะครับ สวัสดีครับ



