Thumbnail for [เนื้อเรื่อง]Warhammer 40kจุดเริ่มต้นจักวาลฉบับย่อสำหรับคนที่ไม่รู้เรื่อง 40k มาก่อน(ไทย) by NoxMMO

[เนื้อเรื่อง]Warhammer 40kจุดเริ่มต้นจักวาลฉบับย่อสำหรับคนที่ไม่รู้เรื่อง 40k มาก่อน(ไทย)

NoxMMO

18m 49s1,014 words~6 min read
Auto-Generated

[0:00]สวัสดีครับ ผมน็อก MMO วันนี้ ผมก็จะมาเล่าเรื่องราวของหนึ่งในจักรวาลที่ตัวผมเองนั้นชอบมากๆ ในบรรดานิยายหรือเกม นั่นก็คือจักรวาลของ Warhammer 40k ซึ่งตัว Warhammer เอง ก็จะถูกแบ่งออกเป็นสองจักรวาลหลักๆ นั่นก็คือจักรวาล Warhammer เฉยๆ ที่จะมีชื่อเรียกว่า Warhammer Fantasy หรือ Warhammer Age of Sigmar ส่วนอีกหนึ่งอันก็คือ 40k ที่ผมจะมาเล่าในวันนี้ โดยจักรวาลของ 40k เนี่ยมีรายละเอียดหยิบย่อยค่อนข้างเยอะ ผมเลยจะไม่สามารถเล่าทุกอย่างได้ในวิดีโอเดียว วิดีโอนี้ จะเป็นการเล่าสรุปแบบคร่าวๆ และได้ตัดเนื้อหาหลายๆ ส่วนออกไป จึงเหมาะแก่ผู้ชมที่ไม่เคยรู้จักจักรวาล Warhammer 40k มาก่อน และผมจะเล่าตามความเข้าใจของผม หากเกิดข้อผิดพลาดประการใด ตัวผมเองนั้นก็ขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ได้กำเนิดสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา ที่ภายหลัง มนุษย์จะเรียกว่า The Old One พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่ได้พัฒนากาเดินเหนือแสง โดยมีชื่อเรียกว่า Webway และพวกมันก็เริ่มที่จะขยายอาณานิคมของพวกมันไปเรื่อยๆ The Old One นั้นอยู่มานานแสนนาน จนมีความรู้และเทคโนโลยีมากมาย รวมถึงเทคโนโลยีที่ทำให้โรคภัยไข้เจ็บไม่สามารถทำอันตรายพวกมันได้ จนอยู่มาวันหนึ่ง ก็ได้มีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งที่มีชื่อว่า Necrontyr ที่เริ่มเดินทางในอวกาศได้บ้าง เผ่าพันธุ์ Necrontyr เนี่ย เป็นเผ่าพันธุ์ที่เติบโตมาในดาวที่มีรังสีรุนแรง ทำให้ผิวหนังของพวกมันเป็นโรค และมีอายุสั้น แถมยังทำสงครามกันเองอีกด้วย ไม่นาน พวกมันก็ได้ค้นพบ The Old One และสิ่งที่พวกมันขอร้องเผ่าพันธุ์ทรงปัญญาที่อยู่มานานกว่านั้นก็คือความเป็นอมตะ และสิ่งที่ The Old One ผู้ทรงภูมิปัญญาตอบกลับพวกมันไป คือถ้อยคำที่ร้อยเรียงมาอย่างดี นั่นก็คือคำว่า กู ไม่ให้ อันนี้ผมล้อเล่นนะ ที่จริงมันก็น่าจะตอบดีๆ อยู่หรอก แต่ก็นั่นแหละครับ Necrontyr รู้สึกโกรธแค้น และด้วยการนำของ Silent King ผู้ที่รวบรวม Necrontyr เข้าเป็นปึกแผ่น ด้วยแนวคิดที่ว่า พวกมันมีศัตรูร่วมกันเพียงหนึ่งเดียว Necrontyr ก็ได้ประกาศสงครามกับ The Old One พวกมันก็ จะเหลือขี้อะไรล่ะครับ ไปสู้กับเผ่าพันธุ์ที่เกิดมานานแล้วและมีวิทยาการล้ำหน้าซะขนาดนั้น แต่ระหว่างสงครามที่ยังไม่สิ้นสุดดี พวกมันก็พบอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่มานาน เรียกได้ว่านานกว่า The Old One ซะด้วยซ้ำ พวกมันมีชื่อว่า C'tan C'tan เนี่ย เป็นสิ่งมีชีวิตในรูปของพลังงาน ไม่มีกายหยาบ พวกมันกินดวงดาวต่างๆ เป็นอาหาร หลังจากได้พบ C'tan Necrontyr ก็ได้สร้างร่างกายให้กับพวกมัน และขอให้ C'tan ช่วยเหลือพวกมันในสงครามกับ The Old One ซึ่ง C'tan เองก็ได้ตอบตกลง แถมสัญญาว่าจะมอบความเป็นอมตะที่ Necrontyr โหยหามานาน โดยให้พวก Necrontyr ย้ายวิญญาณของร่างตัวเองเข้าไปในร่างของหุ่นยนต์ ซึ่งพวก Necrontyr เนี่ยก็บูชา C'tan เป็นดั่งเทพเจ้าล่ะครับ แต่ก็หารู้ไม่ว่าวิญญาณที่พวกมันย้ายไปนั้น บางวิญญาณก็โดนแดกด้วยพระเจ้าของพวกมัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนะครับ วิญญาณมันอาจจะอร่อยกว่าดาวมั้ง บางดวงวิญญาณก็จะถูกทำให้กลายเป็นซอมบี้เทอร์มิเนเตอร์อวกาศ ไร้ซึ่งความรู้สึก และแทบจะไม่มีวันตาย และก็ไล่บดขยี้ The Old One อย่างไม่มีลดละ จนได้ถูกขนานนามว่า Necron จน The Old One ต้องไปสร้างสองสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับพวกมันโดยเฉพาะ นั่นก็คือ Eldar เผ่าพันธุ์ที่มีพลังจิต หรือ Psychic ที่แข็งแกร่ง และ KroK ซึ่งภายหลังมันก็กลายเป็น Ork นั่นแหละ เผ่าพันธุ์ที่กระหายในสงครามและแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว แต่ก็สายเกินไปครับ The Old One ถูกกวาดล้างไปจนแทบจะหมดจักรวาล เรียกได้ว่าสูญพันธุ์เลยก็ว่าได้ หลังจากได้รับชัยชนะ C'tan ก็ไล่กินดวงวิญญาณตามดาวต่างๆ และได้เกิดความขัดแย้งกันเอง สงครามระหว่างหมู่ C'tan ด้วยกันก็ได้เริ่มต้นขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน Silent King อดีตผู้นำ Necrontyr ก็ได้สติขึ้นมา และได้ทำการก่อกบฏกับเทพเจ้าของพวกมัน ซึ่ง C'tan เองที่เป็นพลังงานก็ไม่สามารถถูกฆ่าได้ แต่พวก Necron ก็ได้หาวิธีมากักขังพวกมัน แถมสามารถเอาออกมาใช้ประโยชน์เป็นอาวุธได้อีกด้วย แต่ด้วยความที่ Necron นั้นเสียหายหนักจากการสู้รบกันเอง แถมพวก KroK และ Eldar ก็เริ่มมีกองกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พวก Necron จำใจต้องจำศีลหลับใหล รอวันที่ตื่นมาใหม่เพื่อยึดครองจักรวาลอีกครั้ง

[4:03]หลังจากไม่มีพวก Necron Eldar เผ่าพันธุ์ที่ได้รับกาาสืบทอดเทคโนโลยีต่างๆ มาจาก The Old One รวมถึงเทคโนโลยีการเดินทางในอวกาศสุดล้ำอย่าง Webway ก็กลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ปกครองจักรวาลไปโดยปริยาย ส่วน KroK หรือ Ork นั้น ถึงแม้พวกมันจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งและขยายจำนวนอย่างรวดเร็ว แต่พวกมันก็กระหายสงครามจนเกินไป กระหายสงครามจนพอไม่มีใครสู้ด้วยก็ไปสู้กันเอง จำนวนของ Ork เลยไม่ได้ล้นจักรวาลอย่างที่ควรจะเป็น อยู่มาวันหนึ่ง ก็ได้มีมนุษย์ เกิดขึ้นมาบันดาวเคราะห์สีฟ้าที่เรียกว่าโลก ที่ภายหลังจะถูกเรียกแทนว่า Terra เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์ก็ค่อยๆ พัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงสหัสวรรษที่ 15 ซึ่งผมจะขอเรียกสหัสวรรษสั้นๆ ว่า M แล้วกันนะครับ โดยในช่วง M15 เนี่ยถูกเรียกว่าเป็นช่วง Dark Age of Technology เพราะว่าการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของมนุษย์นั้นเป็นไปอย่างก้าวกระโดด มนุษย์ได้ใช้ Warp Drive ในการเดินทางเหนือแสง โดยใช้ประโยชน์จากมิติที่เรียกว่า The Warp ซึ่งภายใน The Warp เองเนี่ย กฎฟิสิกส์ต่างๆ และเวลาก็จะไม่ได้เหมือนกับโลกแห่งความเป็นจริง หากเราเข้าไปใน The Warp แล้วสามารถออกมาได้ เราจะพบว่าตัวเรานั้นไปโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ในจักรวาล มนุษย์โดยใช้ประโยชน์ตรงนี้ในการเดินทางระยะไกลในอวกาศ แต่ก็ใช่ว่า The Warp เป็นสถานที่ที่ไม่ได้มีอันตรายอะไรเลย ภายใน The Warp เองก็มีสิ่งชั่วร้ายที่เรียกว่า Chaos ตามความเป็นจริงแล้ว The Warp เองเป็นมิติที่รวมความคิดของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเอาไว้ แต่เมื่ออารยธรรมเจริญก้าวหน้าขึ้น ความคิดแย่ๆ ของสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาก็เกิด ขึ้นมาตาม ไม่ว่าจะเป็นรัก โลภ โกรธ หลง การหักหลัง ทรยศ บลาๆๆๆ ซึ่งความคิดพวกนั้นก็ทำให้เกิด Chaos และพวก Chaos God ขึ้นมา โดยยานของมนุษย์ที่หลงเข้ามา ก็จะโดน Chaos พวกนี้นี่แหละเล่นงาน การเดินทางเหนือแสงของมนุษย์ช่วงแรกๆ เลยเป็นการเดินทางผ่าน Warp ระยะสั้นที่เรียกว่า Calculated Jump หรือการคำนวณในมิติแห่งความเป็นจริงก่อนที่จะเข้า Warp ไปนั่นแหละ ซึ่งภายหลังก็ได้มีการสร้าง Navigator โดยการนำพวก Psyker มาเป็นผู้นำทาง ซึ่งถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ Psyker ก็คือคนที่สามารถดึงพลังจากมิติ The Warp ออกมาใช้ได้ หรือก็คือคนที่สามารถใช้เวทมนตร์ในจักรวาลนี้ได้นั่นแหละ ซึ่งภายหลังจากมี Navigator แล้ว มนุษย์ก็สามารถเดินทางได้มากกว่า 1,000 ปีแสงต่อการ Warp 1 ครั้ง ทำให้มนุษย์เริ่มที่จะขยายอาณานิคมไปทั่วจักรวาล

[6:10]จนเวลาผ่านไปจนถึงประมาณช่วง M25 ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Warp Storm ขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการกำเนิด Chaos God ตนใหม่ นั่นก็คือ Slaanesh อย่างที่ผมเคยบอกไป Eldar ถูกสร้างมาให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี Psychic ที่แข็งแกร่ง ฉะนั้นแล้ว ความรู้สึกนึกคิดของ Eldar จะถูก Project ลงไปใน The Warp ได้มากกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ถ้าจะให้อธิบายสิ่งที่ Eldar เป็น ก็ลองจินตนาการว่าตัวคุณเองนั้นนอนเฉยๆ ก็มีตังค์ใช้ ถ้าเป็นคุณ สิ่งที่คุณจะทำคืออะไร ก็คงต้องเป็นการหาความสุข แต่ทีนี้ ด้วยความที่ Eldar เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอายุยืนยาว สิ่งที่เคยเป็นความสุขก็กลายเป็นความเบื่อหน่าย ทำให้การหาความสุขของ Eldar ค่อยๆ วิปริตขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นการระเบิดดวงดาว หรือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นต้น และโดยความคิดที่ต้องการจะหาความสุขอย่างเดียวนี้ เลยทำให้เกิด Slaanesh เทพแห่งตัณหาขึ้นมา และผลจากการเกิด Chaos God ตนนี้ ทำให้ Eldar ตายห่าจะแทบจะหมดจักรวาล และผลจาก Warp Storm ก็ทำให้มนุษย์ดาวต่างๆ ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ โลกจึงเกิดสงครามและถูกปกครองโดยพวกป่าเถื่อนที่เรียกตัวเองว่า Technobarbarian จนอยู่มาวันหนึ่ง ก็ได้มีชายปริศนาคนหนึ่งโผล่มา เขาเป็นคนที่มีร่างกายสูงใหญ่ และมีพลัง Psychic ที่แข็งแกร่งมากๆ นอกจากนั้น เขายังเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เทพสุดๆ อีกด้วย เขาได้มาพร้อมกับองครักษ์ชุดทองที่ถูก Custom Made มาโดยมือของเขาเอง โดยกลุ่มชายสูงใหญ่ในชุดสีทองนี้ถูกเรียกชื่อว่า Adeptus Custodes และนอกจากนั้น ยังมีกลุ่มทหาร Super Soldier ที่เรียกว่า Thunder Warrior อีกด้วย และด้วยกองกำลังของ Adeptus Custodes และ Thunder Warrior ชายปริศนาผู้นั้นก็ได้กวาดล้างพวก Technobarbarian อย่างง่ายดาย และทำให้โลกอยู่ภายใต้การปกครองของเขา และเขาก็ได้เรียกตัวเองว่า The Emperor of Mankind และสิ่งที่ Emperor คิดจะทำ คือการรวบรวมมวลมนุษยชาติเข้าด้วยกันภายใต้ธงของ The Imperium แต่ถึงแม้ Emperor จะมีกลุ่มทหารชุดทองที่โคตรโกงอย่าง Adeptus Custodes จำนวนของพวกเขาก็มีอยู่เพียงน้อยนิด และไม่สามารถที่จะใช้บุกดาวต่างๆ ได้ ส่วน Thunder Warrior ก็ไม่ได้มีจำนวนมากมายขนาดนั้น แถมยังมีอายุสั้นอีกด้วย The Emperor จึงได้สร้างมนุษย์ขึ้นมา จาก DNA ของตัวเองทั้ง 18 คน และเรียกคนพวกนี้ว่า Primarch โดยให้ DNA เด่นที่แตกต่างกัน ทำให้ Primarch พวกนี้ ก็เหมือนกับลูกของ Emperor นั่นแหละ แต่พอเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของ Chaos God พวกเขาก็ได้เปิด Warp ดูดเด็กพวกนี้ออกไปในจักรวาลอันกว้างใหญ่ พอ Emperor รู้เข้าก็ทำอะไรไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงมีความตั้งใจในการรวมมวลมนุษยชาติอยู่ เขาเลยได้นำ DNA และข้อมูลของ Primarch ทั้ง 18 คนไปสร้างเป็นสุดยอดทหารที่เรียกว่า Space Marine โดย Space Marine จะถูกแบ่งออกเป็น 18 Legion แต่ละ Legion ก็จะใช้ DNA ของ 1 ใน 18 Primarch และแน่นอนครับ ถึงแม้ Space Marine จะเทียบไม่ได้กับพวก Primarch ที่เก่ง โกง สูง และฉลาด แต่พวกเขาก็ถูกตัดแต่งพันธุกรรมให้เหนือมนุษย์ทั่วไปอยู่หลายขุม เช่นการมีหัวใจ 2 ดวง มีปอดสำรอง หรือหายใจใต้น้ำได้เป็นต้น และด้วยกองกำลัง Space Marine Emperor ก็เริ่มการยึดระบบสุริยะจักรวาล โดยเริ่มจากดาวอังคาร โดยในช่วงที่โลกถูกปกครองโดย Technobarbarian ดาวอังคารเองก็ได้มีลัทธิหนึ่งที่เรียกว่า Cult Mechanicus โดยพวกมันได้บูชาเทพจักรกลที่ชื่อว่า Omnissiah พวกมันเชื่อว่า Omnissiah นี้อยู่ในจักรกลทุกรูปแบบ จินตนาการว่าคุณมีทีวีและคุณเดินไปเปิดมันแล้วมันเปิดติด แสดงว่าทีวีนั้นมี Omnissiah อยู่ด้วย หรือว่าคุณเดินไปสตาร์ทรถยนต์แล้วมันสามารถขับได้ ก็แสดงว่ารถนั้นมี Omnissiah อยู่เช่นกัน นี่ก็เป็นความเชื่อของพวก Mechanicus ล่ะครับ โดย Emperor เองก็ปล่อยให้พวก Mechanicus นี่ปกครองกันเอง ตราบใดที่พวกมันยังส่งอาวุธ รถถัง และยานเกราะต่างๆ ให้กับ The Imperium และด้วยกองกำลัง Space Marine และความช่วยเหลือจากพวก Mechanicus ประจวบกับ Warp Storm ได้สิ้นสุดลง ทำให้ The Emperor ก็ได้เริ่มสงครามที่เรียกว่า The Great Crusade สงครามที่จะรวมมวลมนุษยชาติเข้าเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ธงของ The Imperium โดยตรงกับช่วงเวลาประมาณ M30 ระหว่างสงคราม Great Crusade Emperor ก็ได้เริ่มค้นพบ Primarch ลูกของตนทีละคน และได้มอบ Space Marine แต่ละ Legion ที่สร้างจาก DNA ของพวกมัน ให้พวกมันดูแลและเป็นแม่ทัพ ทำให้ Space Marine แต่ละ Legion มีความสามารถและยุทธวิธีแตกต่างกันตาม Primarch ของตน เช่น Space Marine Thousand Sons Legion ของ Primarch Magnus the Red พวกเขาทุกคนเป็น Psyker และสามารถใช้ได้ทั้งอาวุธและเวทมนตร์ และเลือกที่จะใช้เวทมนตร์เข้าต่อสู้มากกว่าที่จะประจันหน้าตรงๆ หรือ White Scars Legion ของ Primarch Jaghatai Khan ที่จะเป็นนักรบแนวหน้าและจู่โจมศัตรูแบบรวดเร็ว หลังจากนั้น ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นมากมายในระหว่าง Great Crusade แต่เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ มันเริ่มจากการที่ The Emperor ได้จัดตั้ง Council of Terra ขึ้นมา เพื่อทำงานปกครองต่างๆ ทำให้ Primarch รู้สึกว่าตัวเองโดนลดอำนาจลง เหลือแค่อำนาจทางการทหารเท่านั้น นอกจากนั้นยังไม่พอ Emperor ก็ได้ละทิ้งสนามรบ และมอบหน้าที่หัวหน้า หรือ Warmaster ให้กับ Primarch Horus ผู้นำ Luna Wolves Legion และกลับไปพัฒนาโปรเจกต์ Webway เพื่อใช้เดินทางในอวกาศระยะไกล โดยไม่ต้องการพึ่ง The Warp ซึ่งก็ทำให้ Primarch หลายคนนั้นไม่พอใจ แต่สิ่งที่ Emperor ทำพลาดจริงๆ นั้นคือการปิดโปรเจกต์ Webway ไว้เป็นความลับ แม้กระทั่ง Primarch ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหลายๆ อย่างขึ้น ซึ่งเป็นผลให้เกิดสงคราม Horus Heresy เป็นหนึ่งในสงครามที่ยิ่งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ของ Warhammer 40k และมีรายละเอียดหยิบย่อยมากมาย ผมจะเล่าแบบย่อๆ นะครับ เรื่องมันเริ่มจาก Lorgar ผู้ปกครอง Word Bearers Legion จากการกระทำหลายๆ อย่างของ The Emperor ทำให้ตัวมันเองนั้นเริ่มมีความเคลือบแคลงสงสัยในการตัดสินใจของบิดาของมัน เลยเปิดโอกาสให้ Kairos Fateweaver หนึ่งใน Chaos God เข้ามาใช้ประโยชน์ตรงนี้ หลังจาก Lorgar ถูกครอบงำโดย Chaos มันก็ได้เปลี่ยนพี่ใหญ่ Horus ให้กลายเป็น Chaos อีกคน และเหตุการณ์ต่างๆ มากมายก็ทำให้ Primarch ครึ่งหนึ่ง เข้าร่วมกับฝั่ง Chaos ด้วยเช่นกัน Horus จึงเริ่มทำการโจมตีกรุงหลวง แต่ด้วยความสามารถของ Primarch Rogal Dorn ผู้นำ Imperial Fists Legion ที่มีความสามารถในการสร้างป้อมปราการ และเหล่าองครักษ์ชุดทองอย่าง Adeptus Custodes ซึ่งถ้าเอาพวกเขาไปเปรียบเทียบกับ Space Marine แล้ว พี่แกก็ถือว่าเป็น Space Marine กำลัง 3 เลยทีเดียว ทำให้เวลาผ่านไปนานมากแล้วฝ่ายกบฏก็ยังตีกรุงหลวงไม่แตก จนกำลังเสริมของ Primarch Leman Russ แห่ง Space Wolves Legion และ Primarch Lion El'Jonson แห่ง Dark Angels Legion กำลังจะมาถึง Horus ได้ตัดสินใจท้า 1:1 กับ Emperor ซึ่งผมคิดว่า Emperor เองก็ไม่อยากให้เกิดการสูญเสียไปมากกว่านี้ ก็เลยรับคำท้าโดยการ Teleport ตัวเองขึ้นไปบนยาน Horus กับ Primarch อีก 2 คน นั่นก็คือ Sanguinius แห่ง Blood Angels Legion และ Rogal Dorn Sanguinius เนี่ยได้ไปเจอ Horus ก่อน เลยเกิดการปะทะกันเกิดขึ้น และถึงแม้ว่า Sanguinius เองเนี่ยจะเป็น Primarch ที่เก่ง แต่ Horus เองก็ได้พลังมาเพิ่มจาก Chaos God ทำให้การต่อสู้ นั้นจบลง โดย Sanguinius โดน Horus ฆ่า เหตุการณ์นั้นทำให้ Space Marine Blood Angels นั้นแทบจะคลั่งและไล่ฆ่ากินเนื้อศัตรูเลยทีเดียว ต่อมา Emperor ก็ได้เจอ Horus และได้ทำการต่อสู้กัน ผลการต่อสู้ คือ Horus โดนพลัง Psychic ของ Emperor ทำลายสลายหายไปทั้งดวงวิญญาณ แต่ Emperor เองก็โดนสวนกลับปางตาย จนต้องถูกนำร่างไปไว้ใน Golden Throne และต้องสังเวยชีวิตคนบริสุทธิ์วันละ 1,000 คน เพื่อที่จะให้ Emperor นั้นมีชีวิตอยู่ต่อไป หลังจาก Horus ตาย พวก Chaos ที่ไร้ซึ่งผู้นำก็แตกกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง สงครามก็จบลง แต่ก็ยังไม่สงบดี Space Marine และ Primarch ฝั่งที่ทรยศที่รอดมาได้ ก็กลายเป็น Chaos Space Marine ส่วนฝั่ง Imperium เองหลังจากไม่มี Emperor ก็เกิดการปฏิรูปครั้งใหญ่ เพื่อป้องกันการก่อกบฏรอบ 2 โดยการกระจายอำนาจต่างๆ ออกไป Imperial Army ก็ถูกแบ่งออกเป็น Imperial Guard หรือชื่อหนึ่งคือ Astra Militarum และ Imperial Navy ที่ได้รับคำสั่งจากคนละเหล่า Space Marine เองก็ถูกกระจายไป Chapter หลายๆ Chapter แต่ละ Chapter มี Space Marine ได้ไม่เกิน 1,000 นาย ซึ่งคนที่บัญญัติกฎนี้คือ Roboute Guilliman Primarch ของ Ultramarines Legion เหตุผลก็เพื่อไม่ให้ Space Marine กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นมีอำนาจมากไป หากโดน Chaos ครอบงำ จะได้ไม่เป็นภัยร้ายแรงต่อ Imperium Council of Terra ก็กลายมาเป็น High Lords of Terra และได้บริหารราชการแผ่นดิน มีการจัดตั้ง The Inquisition จากกลุ่มคนที่มีความสามารถและไว้ใจได้ ที่ The Emperor เคยรวบรวมเอาไว้ กลายเป็นหน่วยสืบราชการลับและมีอำนาจเหนือกฎหมาย ถึงขนาดที่สามารถสั่งระเบิดดวงดาวได้ พวกนี้ก็เป็นเหมือนนักสืบที่คอยสืบคดีต่างๆ มีการสร้าง Grey Knights เพื่อรับมือกับ Chaos และมีการสร้าง Deathwatch เพื่อรับมือกับ Xenos ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Ork เฮดอวกาศกระหายสงครามที่แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว แถมมีพลัง Green Lantern อีกต่างหาก Tyranids ฝูงแมลงเขมือบดวงดาว จะแดกสารอินทรีย์ทุกประเภท Necron และเทพเจ้า C'tan ในกรงขังที่ตื่นจากการหลับใหล และอื่นๆ อีกมากมาย และนอกจากนั้น ก็ได้เกิดลัทธิบูชา Emperor ขึ้นมา ซึ่งเอาจริงๆ มันก็เกิดมาตั้งแต่ก่อน Emperor จะตายแล้ว แต่เมื่อ Emperor ตายลง ลัทธินี้ก็ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และได้กลายเป็นศาสนาประจำ Imperium ใครสงสัยหรือเคลือบแคลงในตัว Emperor ต้องตาย ใครไม่รักแล้วก็ไม่บูชา Emperor ต้องตาย คุ้นๆ มั้ยครับ เหมือนเกาหลีเหนือเลย แถม Chaos เอง ก็เริ่มบุกมิติความเป็นจริงถี่ขึ้นเรื่อยๆ และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล Warhammer 40k ฟังจบแล้ว ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็น่าจะตัดสินใจได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ และอยากรู้จักเรื่องราวเพิ่มเติมของจักรวาลนี้หรือไม่ ก็หวังว่าวิดีโอนี้ จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ คิดเห็นอย่างไร อยากสอบถามอะไรเพิ่มเติม ก็พิมพ์ได้ใต้คอมเมนต์ และอย่าลืมไลค์และ Subscribe เป็นกำลังใจให้ผมด้วย วันนี้ผมลาไปก่อนแล้ว สวัสดีปีใหม่ทุกคนด้วยครับ

Need another transcript?

Paste any YouTube URL to get a clean transcript in seconds.

Get a Transcript