Thumbnail for ฆ่าคนให้หมูกินRobert Pickton||แอบสยอง by แอบสยอง

ฆ่าคนให้หมูกินRobert Pickton||แอบสยอง

แอบสยอง

14m 26s441 words~3 min read
Auto-Generated

[0:07]ฆ่าคนให้หมู กิน Robert Pickton ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 2002 ตำรวจลงมาที่ฟาร์มหมูของนายคนหนึ่ง ชื่อ โรเบิร์ต พิคตัน เพื่อจับกุมเรื่องครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย และเมื่อตำรวจทำการตรวจค้นอาวุธอยู่นั้น พวกเขาพบสิ่งที่ยิ่งกว่าอาวุธปืน มันคือความลับของโรเบิร์ตที่น่าสะอิดสะเอียน ยิ่งกว่าภาพยนตร์สยองขวัญ แต่มันไม่ใช่ภาพยนตร์ มันคือเรื่องจริงของชายคนหนึ่ง ที่กระทำเลวซามกับหญิงสาวหลายคน ที่ลักพาตัวมา โรเบิร์ต พิคตัน มีชื่อเต็มว่า โรเบิร์ต วิลเลียม พิคตัน เกิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ปี 1947 ในโคลัมเบีย เขามาจากครอบครัวนักเลี้ยงหมูมา 3 ชั่วอายุคน ในช่วงกลางทศวรรษที่ 190 ฟาร์มของพวกเขาอยู่ทางตะวันออกของแวนคูเวอร์ ไกลจากตัวเมืองพอสมควร เขาและพี่ชายอีกคน ได้มรดกฟาร์มแห่งนี้ เพื่อสืบทอดงานต่อ แม้ตอนหลังจะมีการขายที่ดินเพื่อพัฒนาเมือง จนฟาร์มลดขนาดจำนวนลงมาก แต่ก็ทำให้มีเงินมากพอสมควร และกิจการฟาร์มหมูก็ยังอยู่ โดยโรเบิร์ตนั้น ต้องดำเนินธุรกิจฟาร์มคนเดียว และใช้ชีวิตส่วนตัวตามลำพัง ภายนอกโรเบิร์ตจะเป็นคนเงียบๆ ใช้ชีวิตอยู่ในฟาร์มแบบเรียบง่าย แม้แต่เพื่อนบ้านเอง ยังนิยามโรเบิร์ตเลยว่า เป็นคนที่มีนิสัยดี แต่ความจริงแล้ว โรเบิร์ตมีด้านมืดที่บิดเบี้ยวซ่อนอยู่ นั่นคือเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องหลายปี และไม่มีใครสงสัยด้วยซ้ำว่า เขาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง แม้ว่าอาชีพหลักของโรเบิร์ต จะเป็นนักเลี้ยงหมูผู้เป็นมิตร แต่โรเบิร์ตก็มีอาชีพสำรองคือ เขาดัดแปลงอาคารใกล้ฟาร์ม เป็นที่สำหรับปาร์ตี้ ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับคนแถวนี้มาก ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า The Piggy Palace หรือวังหมู ทุกคืนวัยรุ่นมักจะรวมตัวกันไปที่แห่งนี้ ส่วนหนึ่งเพราะมันเป็นปาร์ตี้ที่มันสุดเหวี่ยง

[2:26]ในขณะเดียวกัน มันเต็มไปด้วยเครื่องดื่มและยาที่ผิดกฎหมาย ที่ไกลจากสายตาของเจ้าหน้าที่ โรเบิร์ตยังลงทะเบียนไว้อีกว่า ที่แห่งนี้เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร โดยเน้นกิจกรรมพิเศษ อาทิ เต้นรำ งานรื่นเริง แต่ความจริงเป็นปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยสิ่งผิดกฎหมาย กลับมาที่ฟาร์มหมู พิกตัน ภายนอกอาจเป็นฟาร์มหมูธรรมดา แต่ขนาดของมันใหญ่มาก

[3:04]ความจริงแล้ว มันเป็นฟาร์มหมูที่ไร้ซึ่งมาตรฐานความสะอาดโดยสิ้นเชิง เพราะข้างในค่อนข้างสกปรก เต็มไปด้วยเศษโลหะรถยนต์ ที่ผุพังถูกทิ้งไว้แบบไม่สนใจใยดี และยิ่งมีการพบความลับของโรเบิร์ต มันก็ยิ่งช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศ เหมือนภาพยนตร์สยองขวัญไม่ มี ผิด ไม่มีใครรู้ว่าโรเบิร์ตนั้น เริ่มเป็นฆาตกรต่อเนื่องเมื่อไหร่ แต่ตำรวจเชื่อว่า เขาหน้าจะเริ่มต้นในปี 1978 และสิ้นสุดลงในปี 2001 แม้ว่าเขาจะถูกตัดสินลงโทษในคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1997 และปี 2001 ก็ตาม แต่ในช่วงเวลานั้น มีผู้หญิงถึง 65 คน ได้หายตัวไปจากแวนคูเวอร์ แม้จะมีการสืบสวนครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของแคนาดา แต่พิกตันก็ยังลอยนวลมาได้หลายปี ไดอาน่า เมวนิก เป็นหญิงสาวชาวแคนาดา ที่หายตัวไปในปี 1995 เธอเป็นเหยื่อรายแรก ที่ตำรวจเริ่มเชื่อมโยงกับโรเบิร์ต แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานเพียงพอก็ตาม แต่มีการพบ DNA ของเธอ จากหลายแห่งทั่วฟาร์มของพิกตัน เพียงแต่ตำรวจไม่พบร่างของเธอเท่านั้น สาเหตุที่โรเบิร์ตลอยนวลมาหลายปี ส่วนหนึ่งเพราะเหยื่อของโรเบิร์ต เป็นโสเภณีจากย่านดาวน์ทาวน์ของแวนคูเวอร์ ซึ่งเป็นย่านโสเภณี เป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยสิ่งผิดกฎหมาย การใช้ยาเสพติด การก่อชยกรรม แมงดา และโสเภณี จากการสำรวจของพวกค้าบริการทางเพศ จำนวน 183 คน ที่ดำเนินการระหว่างปี 1999 ถึงปี 2004 โดยสมาคมให้คำปรึกษา และการศึกษาทางเลือกการค้าประเวณี ได้เปิดเผยว่า มีการกระทำรุนแรงต่อสตรีอาชีพนี้เป็นประจำ พวกเขาถูกปล้น ถูกลักพาตัว และกักขัง จนกลายเป็นเรื่องปกติของที่นี่ ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นแหล่งที่โรเบิร์ต เลือกเหยื่อได้ดีที่สุด ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่ของโรเบิร์ต จะเป็นโสเภณีที่มีประวัติก่ออาชญากรรม และพวกเธอไม่มีครอบครัว ทำให้เป็นการยาก ที่ทุกคนจะสังเกตได้ทันทีว่า พวกเธอหายไป โรเบิร์ต รู้จักและคุ้นเคยพื้นที่แห่งนี้ดี คนที่นี่ก็รู้จักโรเบิร์ต ผ่านการจัดปาร์ตี้ และโรเบิร์ตก็กลับมาซื้อผู้หญิงและยาเสพติด เมื่อได้ผู้หญิงที่ต้องการ ก็ขับมันไปที่ฟาร์ม โดยผู้หญิงไม่รู้เลยว่า เธอจะกลายเป็นเหยื่อของโรเบิร์ตในไม่ช้า เมื่ออัตราการหายสาบสูญเพิ่มขึ้น ข่าวลือเรื่องฆาตกรต่อเนื่อง ก็เริ่มแพร่กระจายในเมือง ทำให้แมงดาได้โสเภณีขายบริการ เริ่มที่จะระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีข่าวการหายตัวไปของโสเภณีอย่างต่อเนื่อง ในปี 1991 ครอบครัวของผู้หญิงที่หายตัวไป เริ่มเรียกร้องทางราชการ และต้องการทราบการสอบสวนอย่างละเอียด แต่การตอบสนองของตำรวจนั้นเชื่องช้า ตำรวจแวนคูเวอร์ ปฏิเสธว่ามีฆาตกรต่อเนื่องอาละวาดอยู่ ไม่แม้แต่หยิบคดีของผู้หญิงหายตัวมาสืบสวน ไม่มีแม้แต่หน่วยงานใดที่จะสนใจเลย ตำรวจทำได้แต่เพียงสันนิษฐานว่า โสเภณีที่หายไป อาจไปขายบริการที่อื่น หรือไม่ก็เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด แล้วตายในที่ลับๆ ที่ไหนสักแห่ง จนกระทั่งคดีนี้ เริ่มเป็นที่สนใจ เมื่อผู้หญิงที่หายตัวไปหลายคน เป็นชนพื้นเมือง จนคดีนี้เริ่มเป็นที่เพ่งความสนใจของสาธารณชนจำนวนมาก และสิ่งนี้เอง ทำให้เรื่องมีการสืบสวนครั้งใหญ่ และเริ่มมีผู้ต้องสงสัยอย่างโรเบิร์ต พิกตัน ความจริงชื่อของโรเบิร์ตมีอยู่ในแฟ้มของตำรวจมานานแล้ว เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ปี 1997 ผู้หญิงโสเภณีที่โรเบิร์ตมาใช้บริการและพาไปที่ฟาร์ม ปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นคือต่อสู้ เมื่อโรเบิร์ตพยายามใส่กุญแจมือเธอ เธอกว่ามีดทำครัวต่อสู้แบบสุดฤทธิ์ จนทั้งสองได้รับบาดแผลหลายแห่ง จากนั้นผู้หญิงคนนั้น ก็วิ่งไปที่ถนน และโบกรถจนมีพลเมืองดีพาไปส่งที่โรงพยาบาล ส่วนโรเบิร์ตก็เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเดียวกัน โรเบิร์ตถูกจับกุม และถูกตั้งข้อหาพยายามทำร้ายร่างกาย และพยายามข่มขืน อย่างไรก็ตาม โรเบิร์ตก็รอดมาได้ เพราะผู้หญิงโสเภณีนั้น เป็นผู้ติดยาเสพติดอย่างหนัก ในทางกฎหมายแล้ว ไม่ถือว่าเป็นพยานที่มีความสามารถ โรเบิร์ตเองก็อ้างว่า เธอคนนี้ทำร้ายเขาก่อน ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา ต่อมาในปี 1999 มีคนแจ้งตำรวจแวนคูเวอร์ว่า ได้เห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง แขวนอยู่ในโรงฆ่าสัตว์ของโรเบิร์ต แต่เมื่อสอบสวนก็พบว่า พยานคนนี้ติดยา และไม่ค่อยน่าเชื่อถือนัก ต่อมาก็มีพยานอ้างอีกว่า เห็นเสื้อผ้าข้าวของของผู้หญิง ที่หายตัวไปในฟาร์มของโรเบิร์ต แต่ตำรวจก็ไม่สามารถออกหมายค้น เพราะเชื่อคำอ้างก็ไม่ได้ พวกเขาต้องการหลักฐานกายภาพ ที่แน่นหนามากกว่านี้ เพื่อตรวจค้นฟาร์มของโรเบิร์ต จนกระทั่งช่วงต้นปี 2002 คนขับรถบรรทุกที่เคยทำงานให้กับฟาร์ม โรเบิร์ต เขาได้อ้างว่าเห็นปืนผิดกฎหมายในบ้านของโรเบิร์ต และข้อมูลนั้น มีน้ำหนักมากพอที่จะออกหมายค้นโรเบิร์ตได้เสียที และแล้ววันที่ 5 กุมภาพันธ์ ตำรวจก็นำทีมจู่โจมฟาร์มหมูของโรเบิร์ต จนในที่สุด พวกเขาก็เจอ ปืนผิดกฎหมาย รวมไปถึงร่องรอยที่เชื่อมโยงผู้หญิงที่หายตัวไปได้เสียที โรเบิร์ต พิกตัน ถูกจับในข้อหาครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย ในขณะที่ตำรวจทำการค้นหาอย่างละเอียดภายใต้หมายจับที่ 2 ก็พบ บรรดาหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกุญแจมือ เสื้อผ้า รองเท้าของผู้หญิง เครื่องประดับ และเครื่องช่วยหายใจโรคหอบหืด ที่ภายหลังพบว่า เป็นของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ได้หายตัวไป จากนั้นก็มีการตรวจสอบ DNA ของเลือดที่พบในบ้าน ก็พบว่าเป็นของ โมน่า วิลสัน ในที่สุดโรเบิร์ตก็ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม และเมื่อโรเบิร์ตถูกคุมตัว เขาก็สารภาพว่า เขาลมมือสังหารผู้หญิง 49 คน และกำลังคิดจะฆ่าคนที่ 50 หากไม่ถูกจับตัวก่อน หลังจากนั้นฟาร์มหมูของโรเบิร์ต ก็กลายเป็นสถานที่เกิดเหตุ ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคนาดา นักวิเคราะห์ต่างนำทีมมาเก็บตัวอย่าง DNA กว่า 200,000 ตัวอย่าง และยึดหลักฐานมาได้กว่า 600,000 รายการ นอกจากนี้ ยังมีนักโบราณคดี และผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช ต้องใช้เครื่องมือขนาดใหญ่ เพื่อร่อนดินเพื่อค้นหาซากศพมนุษย์ในทุกตารางนิ้ว ค่าใช้จ่ายเริ่มบานปลาย ทำให้รัฐต้องสูญเสียค่าใช้จ่าย ถึง 70 ล้านดอลลาร์ เพียงแค่สืบสวนคดีเดียว ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าจะฆ่าวิธีใดก็ตาม โรเบิร์ต พิกตัน มีความโดดเด่นกว่าฆาตกรต่อเนื่องคนอื่นๆ นั่นก็คือวิธีที่แสนจะแปลกประหลาด ในการกำจัดศพเหยื่อที่เขาฆ่า หลังจะฆ่าเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นการบีบคอ หรือยิงด้วยปืน การมีฟาร์มหมูเป็นประโยชน์อย่างมากในการกำจัดศพ ยิ่งมีโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ก็ยิ่งเยี่ยม โรเบิร์ตได้นำเหยื่อมาทำเนื้อบดให้หมูกิน หมูเองก็เป็นสัตว์ที่ตะกละตะกาม กินได้เกือบทุกอย่าง มันไม่รังเกียจเลยที่จะมีเนื้อมนุษย์บดมาให้มันกิน มันเรียบง่าย หมดจด จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงกับกุมขมับในการค้นหาหลักฐาน ไม่เพียงกำจัดศพเหยื่อเท่านั้น โรเบิร์ตยังนำหมูที่กินเนื้อมนุษย์ เอาไปขายให้ชาวบ้านทำอาหาร และที่น่ากลัวคือ นำเนื้อ มนุษย์บางส่วน บดผสมกับเนื้อหมู ไปขายในตลาดอีก ทำให้หลายคน กลายเป็นมนุษย์กินคนแบบไม่รู้ตัว เนื่องจากวิธีเฉพาะ ที่โรเบิร์ตกำจัดศพ มันจึงเป็นการยาก ที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐาน ว่าเขาฆ่าไปกี่ศพกันแน่ และมีใครบ้าง ที่จบชีวิตลงในฟาร์มหมู เพราะไม่มีการพบซากศพ แม้ว่าโรเบิร์ตจะอ้างว่า เขาได้ฆ่าคนไปแล้วกว่า 49 คน แต่ มันก็ไม่ช่วยให้เรื่องนี้กระจ่างขึ้น สิ่งที่รู้มีเพียงจำนวน DNA ของคนที่ประกาศว่าหายตัวไปจำนวนมากในฟาร์มหมู และที่น่ากลัวคือ การพบร่องรอย DNA บนเรื่อยของโรเบิร์ต แสดงให้เห็นว่า เขานำศพมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ กอดลงไปในเครื่องบด และก็มีข้าวของที่หายไปของผู้หญิง แต่ไม่มีร่องรอยของเหยื่อที่ถูกทำร้าย นอกจากนี้ ยังมี DNA ของผู้หญิง 10 คน ถูกค้นพบในตู้แช่แข็ง และเนื้อดิบ แสดงให้เห็นว่า มีการนำเนื้อมนุษย์บด แช่ตู้เย็นเอาไว้ด้วย ตำรวจได้ทำการตรวจค้นหลายสัปดาห์ สิ่งที่ได้มีเพียงการเอาผิดโรเบิร์ต ในข้อหาฆาตกรรมครั้งล่าสุด ที่พอจะมีหลักฐานเหลืออยู่เท่านั้น ส่วนคดีเก่าๆ ก่อนหน้า ถูกทิ้งเกือบหมด เพราะไม่มีหลักฐานยืนยัน และคำสารภาพของโรเบิร์ต ก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะเชื่อ การพิจารณาคดีในชั้นศาล กินเวลาตั้งแต่มกราคม ถึงเดือนกรกฎาคม ปี 2003 เนื่องจากขนาดและความซับซ้อน ของปัญหาทางกฎหมายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มีการพบ DNA ของเหยื่อเพียง 26 รายเท่านั้น แต่พิกตันถูกบันทึกว่า สังหารผู้หญิงไปกว่า 49 คน ในที่สุดโรเบิร์ต พิกตัน ถูกจำคุกตลอดชีวิต และไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับทัณฑ์บน เป็นเวลานานกว่า 25 ปี แม้ว่าโรเบิร์ต พิกตัน อ้างว่าได้สังหารผู้หญิงไป 49 คน แต่เขาก็ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมเพียง 26 คน ซึ่งสามารถระบุหลักฐานที่พบในฟาร์มหมู แม้ว่าเขาจะได้รับโทษตามกฎหมายแล้ว แต่ก็มีความคิดที่จะเพิ่มข้อหาอีก จากการฆ่าผู้หญิงอีก 20 คนในภายหลัง อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องยากที่จะเอาผิด เพราะมันก็แทบจะไม่มีหลักฐานหลงเหลืออยู่แล้ว ทุกวันนี้ พิกตันก็ยังอยู่ในคุก และเขาหน้าจะเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ที่เลวร้ายที่สุดของแคนาดา ฝากกดติดตาม แล้วเจอกันใหม่ EP หน้า สวัสดีครับ

Need another transcript?

Paste any YouTube URL to get a clean transcript in seconds.

Get a Transcript